
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (ขสมก.) ใช้พื้นที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อเป็นที่จอดรถโดยสารประจำทาง และกิจการสาธารณูปโภค จำนวน 3 แห่ง และให้คิดค่าตอบแทนการใช้พื้นที่ดังกล่าวตามที่ตกลงกัน โดย รฟม. จะสงวนสิทธิ์ในการขอคืนพื้นที่กรณีมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ในภารกิจตามวัตถุประสงค์ของ รฟม. ดังนี้
1. พื้นที่บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุง สถานีคลองบางไผ่ โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (พื้นที่สถานีคลองบางไผ่ฯ) มูลค่า 175.01 ล้านบาท
2. พื้นที่บริเวณลานจอดแล้วจร สถานีเคหะฯ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ (พื้นที่สถานีเคหะฯ) มูลค่า 91.98 ล้านบาท
3. พื้นที่บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงห้วยขวาง มูลค่า 224.99 ล้านบาท เพื่อให้ ขสมก. ใช้เป็นอู่จอดรถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ของ ขสมก. ซึ่งครม. มีมติเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 68 อนุมัติให้ ขสมก. เช่ารถโดยสารประจำทาง EV จำนวน 1,520 คัน เพื่อทดแทนรถโดยสารเดิมของ ขสมก. ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20-30 ปี รวมทั้งติดตั้งระบบอัดประจุไฟฟ้า สำหรับชาร์จไฟฟ้ารถโดยสารประจำทางดังกล่าว ซึ่งการเช่าพื้นที่ รฟม. เพื่อใช้เป็นที่จอดรถโดยสารประจำทาง EV ดังกล่าว มีระยะเวลาการเช่ารวมทั้งสิ้น 8 ปี นับตั้งแต่ส่งมอบพื้นที่
น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า รฟม. พิจารณาแล้วเห็นว่า การใช้พื้นที่ดังกล่าว ไม่ได้ทำให้วัตถุประสงค์ของการเวนคืนเดิมต้องเสียไปโดยสิ้นเชิง เพราะ รฟม. ยังสามารถให้บริการกิจการรถไฟฟ้าได้ตามปกติ นอกจากนี้ การอนุญาตให้ ขสมก. ใช้พื้นที่ในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มศักยภาพของพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์ และพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ของ รฟม. ให้เกิดประโยชน์และรายได้แก่ รฟม.
ประกอบกับวัตถุประสงค์ในการใช้ประโยชน์พื้นที่ของ รฟม. เพื่อเป็นที่จอดรถโดยสารประจำทาง EV นั้น เป็นไปเพื่อให้บริการประชาชนและจะเป็นการเชื่อมต่อการเดินทางให้กับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า ซึ่งจะส่งเสริมให้ประชาชน หันมาใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะมากยิ่งขึ้น และจะส่งผลให้ รฟม. มีจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า และมีรายได้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ขสมก. มีแผนลงนามในสัญญาเช่าพื้นที่และรับมอบพื้นที่ในเดือนพ.ค.69 โดย ขสมก. แจ้งว่าจะต้องใช้เวลาในการปรับปรุงพื้นที่ประมาณ 1 ปีนับจากวันรับมอบพื้นที่ เช่น ปรับปรุงลานจอดรถ ก่อสร้างหลังคาคลุมรถ และติดตั้งระบบอัดประจุไฟฟ้า ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วงเวลาใกล้เคียงกับกำหนดการรับมอบรถงวดที่ 1 ในเดือนเม.ย.70
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 พ.ค. 69)





