
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด ประเมินกรอบดัชนีหุ้นไทยสำหรับสัปดาห์ถัดไป (31 ส.ค. – 4 ก.ย. 2569) แนวรับที่ 1,575 และ 1,550 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,605 และ 1,630 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและการบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนส.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนส.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. ของยูโรโซน
โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (24-28 ส.ค. 69) ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ SET index ปรับตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายหลักๆ จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ
ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาช่วงสั้นๆ กลางสัปดาห์จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มแบงก์ ซึ่งคาดว่า ได้รับอานิสงส์จากแรงซื้อเก็งกำไรก่อนประกาศจ่ายเงินปันผล อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นกลุ่มพลังงาน (หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลง รับข่าวอิหร่านกับโอมานอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ)
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยร่วงหลุดแนว 1,600 จุดในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังมีแรงขายหุ้นบิ๊กแคปรายตัวเข้ามากดดันเพิ่มเติม ขณะที่ตลาดยังรอติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดจากการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮลช่วงปลายสัปดาห์นี้ด้วยเช่นกัน
ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,588.22 จุด ลดลง 1.58% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64,812.44 ล้านบาท ลดลง 20.92% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.53% มาปิดที่ระดับ 229.06 จุด
โดย ฐานิสร์ ทองนอก





