กทม. กางแผนสกัดน้ำท่วม รับมือเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ช่วงฤดูฝน

นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมการเตรียมความพร้อมรับมือตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 โดยที่ประชุมรายงานสถานการณ์ฝนสะสมปี 2569 ว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีปริมาณฝนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ประมาณ 200 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีราว 36%

ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 28 – 30 พ.ค.นี้ กรุงเทพมหานครมีแนวโน้มเกิดฝนฟ้าคะนอง 40 – 60 %ของพื้นที่ เนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้ช่วงปลายเดือน พ.ค. ถึงต้นเดือน มิ.ย. มีฝนตกชุกมากขึ้น ขณะที่ภาพรวมช่วงเดือนพ.ค. – ก.ค. คาดว่า ปริมาณฝนจะต่ำกว่าค่าปกติ 20 % ก่อนจะกลับมามีฝนตกหนาแน่นอีกครั้งตั้งแต่กลางเดือน ก.ค. – ก.ย. 69

สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนฤดูฝน ปี 2569 กรุงเทพมหานครมีแผนล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำรวม 3,811.7 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 55 % ของความยาวท่อทั้งหมด 6,854 กิโลเมตร ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 3,470.4 กิโลเมตร คิดเป็น 91% คงเหลืออีกประมาณ 341.3 กิโลเมตร โดยคาดว่า จะดำเนินการแล้วเสร็จภายในช่วงต้นเดือน มิ.ย. 69 ซึ่งเร็วกว่าปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สำนักการระบายน้ำได้ดำเนินการล้างทำความสะอาดอุโมงค์ระบายน้ำ พร้อมใช้งานทั้ง 5 แห่ง รวมถึงเตรียมสถานีสูบน้ำ 207 แห่ง ประตูระบายน้ำ 244 แห่ง บ่อสูบน้ำ 371 แห่ง เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ และหน่วยเคลื่อนที่เร็ว 24 หน่วย เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักตลอดฤดูฝน

ทั้งนี้ สำนักการระบายน้ำได้รายงานผลการถอดบทเรียนปัญหาน้ำท่วมจากปี 2565 และปี 2568 เพื่อนำมาวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยในปี 2565 พบจุดเสี่ยงน้ำท่วม 737 จุด ปัจจุบันแก้ไขแล้ว 563 จุด และอยู่ระหว่างดำเนินการ 174 จุด

ส่วนปี 2568 พบจุดเสี่ยงน้ำท่วมรวม 216 จุด ทั้งจุดเดิมที่ยังอยู่ระหว่างแก้ไขและจุดใหม่ที่เกิดขึ้น โดยได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับสถิติพื้นที่น้ำท่วมนานที่สุด เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณและวางแผนดำเนินงานปี 2569

 

เตรียมความพร้อมรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.

สำหรับการเตรียมความพร้อมรองรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำได้จัดทำแผนเผชิญเหตุ แบ่งเป็นช่วงก่อนวันเลือกตั้ง ระหว่างวันเลือกตั้ง และหลังการเลือกตั้ง โดยก่อนวันเลือกตั้งจะเร่งสำรวจเส้นทาง จุดเสี่ยงน้ำท่วม และระบบระบายน้ำบริเวณหน่วยเลือกตั้ง พร้อมติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ส่วนในวันเลือกตั้งจะเตรียมเครื่องสูบน้ำ หน่วยเร่งด่วน ระบบไฟฟ้าสำรอง และบูรณาการร่วมกับสำนักงานเขตในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า

ทั้งนี้ นายณรงค์ ได้กำชับให้สำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตลงรายละเอียดเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่ตั้งอยู่ภายนอกอาคาร ซึ่งมีประมาณ 60 % ของหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 6,629 แห่ง ให้จัดทำแผนที่ซ้อนทับข้อมูลระบบระบายน้ำ คลอง สถานีสูบน้ำ และพื้นที่เสี่ยง เพื่อวางแผนรับมืออย่างเหมาะสม รวมถึงเตรียมมาตรการเฉพาะจุด เช่น การวางเครื่องสูบน้ำ การทำทางเดินชั่วคราว การเตรียมกระสอบทราย และการปรับสภาพพื้นที่ในจุดเสี่ยงน้ำท่วม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ปลัดกรุงเทพมหานครยังได้กำชับทุกหน่วยงานที่ดำเนินโครงการก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งหน่วยงานของกรุงเทพมหานครและหน่วยงานภายนอก ให้ตรวจสอบและควบคุมพื้นที่ก่อสร้างอย่างเข้มงวด ไม่ให้มีวัสดุหรือสิ่งกีดขวางกระทบต่อระบบระบายน้ำ รวมถึงต้องจัดให้มีระบบระบายน้ำชั่วคราวที่มีประสิทธิภาพระหว่างดำเนินการก่อสร้าง

พร้อมทั้งให้สำนักงานเขตตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด หากพบปัญหาให้เร่งประสานและแจ้งหน่วยงานเจ้าของโครงการทันที เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนนี้

 

นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวว่า สนน. ได้เตรียมความพร้อมตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ปี 2569 ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนอย่างต่อเนื่อง โดยตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบระบายน้ำหลักให้พร้อมใช้งาน ประกอบด้วย อุโมงค์ระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ บ่อสูบน้ำ เครื่องสูบน้ำถาวร เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องสูบน้ำดีเซล เครื่องสูบน้ำไฮดรอลิก เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ได้ดำเนินการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ตรวจสอบช่องรับน้ำ ฝาบ่อพัก ตะแกรงรับน้ำริมถนน ขุดลอกคูคลอง เปิดทางน้ำไหล จัดเก็บขยะ ผักตบชวา วัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำในคลองต่าง ๆ เพื่อลดอุปสรรคในการระบายน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วม พื้นที่ลุ่มต่ำ ถนนสายหลัก สายรอง และพื้นที่เศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมขัง

ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินการด้านการบริหารจัดการน้ำช่วงก่อนฝนตก โดยควบคุมและลดระดับน้ำในคลองสายหลัก คลองสายรอง รวมถึงพื้นที่รองรับน้ำ เช่น แก้มลิงและ Water Bank เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝน เมื่อเกิดฝนตกจะเร่งระบายน้ำจากผิวจราจรเข้าสู่ท่อระบายน้ำ คลองสายรอง คลองสายหลัก สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ ก่อนระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่ง กทม. มีระบบระบายน้ำ ได้แก่ ท่อระบายน้ำประมาณ 6,854 กิโลเมตร (กม.) สถานีสูบน้ำประมาณ 200 แห่ง ประตูระบายน้ำ 243 แห่ง อุโมงค์ระบายน้ำที่ใช้งานแล้ว 4 แห่ง และพื้นที่หน่วงน้ำ/Water Bank เพื่อช่วยรองรับน้ำฝนและลดภาระของระบบระบายน้ำในช่วงฝนตกหนัก

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 พ.ค. 69)