
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงถึงกระบวนการดำเนินงานของโครงการ TH-AI Passport หลังถูกตั้งข้อสังเกตในเรื่องความโปร่งใส โดยฝ่ายค้านได้หยิบยกมาตั้งกระทู้สดด้วยวาจาต่อนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
นายพชร ยืนยันว่า การดำเนินการของโครงการเป็นไปตามไทม์ไลน์ มีความชัดเจนทุกขั้นตอน รวมทั้งการใช้เงินกองทุนเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ปัดล็อคสเปก เตรียมเปิดเฟส 2 ต่อยอด
โครงการนี้เป็นโครงการ UpSkill Re-skill โดยการใช้งบประมาณในส่วนของเงินนอกงบประมาณ จึงไม่มีเงื่อนไขที่จะต้องให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา แต่ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE Fund) ตามมาตรา 23 ในพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ.ดีอี) และในส่วนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างก็เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของกรมบัญชีกลาง และเตรียมจะเปิดตัวในเดือน มิ.ย.นี้
“กระบวนการทั้งหมดเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปกติ ไม่ได้เร่งรัด และครบถ้วน ถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้”
ในเรื่องของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งใน TOR มีการกำหนดให้ต้องมีการจัดฝึกอบรม การทดสอบ การจัดบูธแคมป์ และมีการเดินสายทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าโฆษณาผ่านจอในร้านสะดวกซื้อเป็นการล็อกสเปค จริง ๆ ร้านสะดวกซื้อมีหลายเจ้า หลายยี่ห้อ ในนี้กำหนดจำนวนไว้เฉย ๆ ไม่ได้บอกว่าเป็นเจ้าเดียวที่เขียนไว้ใน TOR
นอกจากนี้ ดีอี เตรียมดำเนินการในเฟส 2 ซึ่งใช้วงเงินงบประมาณของปี 70 โดยวงเงินจะน้อยกว่าเฟส 1 ซึ่งขณะนี้ได้ทำคำขอเรียบร้อยแล้ว
สำหรับผลของโครงการนี้จะไปช่วยเร่งให้การพัฒนา AI ของประเทศคือ National AI สำเร็จเร็วขึ้น
“นั่นคือยุทธศาสตร์ของกระทรวงดีอีที่เดินมาทั้งหมด จะได้เห็นว่าเราทำมีความต่อเนื่อง ผลลัพธ์ต่อเนื่องอย่างไร มีความชัดเจนในทุกขั้นตอน” นายพชร กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 พ.ค. 69)





