ประชากรญี่ปุ่นดิ่งทำสถิติใหม่ สะท้อนวิกฤตสังคมสูงวัย

ผลการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งล่าสุดเผยให้เห็นในวันนี้ (29 พ.ค.) ว่า จำนวนประชากรญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติร่วงลงมากเป็นประวัติการณ์ถึง 3.10 ล้านคน หรือ 2.5% จากเมื่อปี 2563 มาอยู่ที่ 123,049,524 คนเมื่อปีที่แล้ว ตอกย้ำถึงความท้าทายทางประชากรศาสตร์ที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญในสังคมสูงวัยที่ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผลสำรวจสำมะโนประชากรซึ่งจัดทำขึ้นทุก ๆ 5 ปีนับตั้งแต่ปี 2463 แสดงให้เห็นว่า จำนวนประชากรโดยรวมลดลงเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันและประชากร 30.1% กระจุกตัวอยู่ในเขตมหานครโตเกียว ณ วันที่ 1 ต.ค. ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ทะลุเกณฑ์ 30%

กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นระบุว่า การลดลงดังกล่าวมีสาเหตุมาจากประชากรสูงวัยของประเทศ และช่องว่างการลดลงตามธรรมชาติที่กว้างขึ้น ซึ่งหมายถึงจำนวนผู้เสียชีวิตมีมากกว่าเด็กเกิดใหม่

ด้วยแนวโน้มดังกล่าวที่คาดว่าจะดำเนินต่อไป แรงกดดันจึงตกอยู่กับรัฐบาลในการกำหนดนโยบายเพื่อรักษาชุมชนท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป

มิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นและโฆษกสูงสุดของรัฐบาล กล่าวในการแถลงข่าวว่า “มีการยืนยันอีกครั้งว่า ปัญหาประชากรลดลงกำลังรุนแรงยิ่งขึ้น” พร้อมให้คำมั่นว่าจะ “ดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างครอบคลุม” เพื่อรับมือกับความท้าทายจากจำนวนประชากรที่ลดลง

คิฮาระยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการส่งเสริมการกระจายตัวของประชาชนและภาคธุรกิจไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อ “แก้ไขปัญหาการกระจุกตัวที่มากเกินไปในโตเกียว”

เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่า ประชากรของโตเกียวและโอกินาวาเพิ่มขึ้น 1.4% และ 0.1% ตามลำดับ ในขณะที่จังหวัดอื่น ๆ อีก 45 จังหวัดของประเทศ รวมถึงชิบะ ไซตามะ และคานางาวะ ซึ่งอยู่ในเขตปริมณฑลรอบเมืองหลวงต่างมีจำนวนประชากรลดลง

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ระบุว่า จำนวนผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติประเมินว่าอยู่ที่ประมาณ 3.21 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 2.75 ล้านคนในตัวเลขสรุปสุดท้ายของการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2563 อย่างมาก

ทั้งนี้ ตัวเลขคาดการณ์ประชากรขององค์การสหประชาชาติ (UN) ประจำปี 2568 ระบุว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 12 ของโลก และคิดเป็น 1.5% ของประชากรโลกทั้งหมด

ในบรรดาประเทศที่มีประชากรมากที่สุด 20 อันดับแรก มีเพียงญี่ปุ่น จีน รัสเซีย และไทย ที่มีจำนวนประชากรลดลงระหว่างปี 2563-2568 โดยญี่ปุ่นมีอัตราการลดลงที่รุนแรงที่สุด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 พ.ค. 69)