
ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงในวันจันทร์ (1 มิ.ย.) ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งบั่นทอนความหวังต่อการยุติสงครามอิหร่านในระยะใกล้ ขณะที่นักลงทุนยังจับตาข่าวการเข้าซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องกับสายการบิน easyJet
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 621.24 จุด ลดลง 4.76 จุด หรือ -0.76%
- ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,146.59 จุด ลดลง 36.75 จุด หรือ -0.45%
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,003.04 จุด ลดลง 101.66 จุด หรือ -0.40% และ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,338.95 จุด ลดลง 70.33 จุด หรือ -0.68%
ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดเผยว่าทั้งสองฝ่ายมีการยิงตอบโต้กันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่แรงขายจะเพิ่มขึ้นหลังสำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ระงับการเจรจากับสหรัฐฯ เกี่ยวกับเหตุโจมตีในเลบานอน
Tasnim ยังรายงานด้วยว่า อิหร่านและกลุ่มพันธมิตรที่เรียกว่า แนวร่วมต่อต้าน (Resistance Front) กำลังพิจารณามาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และขัดขวางการสัญจรในเส้นทางเดินเรือสำคัญอื่น ๆ รวมถึงช่องแคบบับเอลมันเดบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นมากกว่า 6.5% และเพิ่มความกังวลต่อยุโรปซึ่งพึ่งพาพลังงานนำเข้าเป็นอย่างมาก
นักวิเคราะห์ตลาดของ IG Group กล่าวว่า ตลาดรับรู้ว่าปริมาณน้ำมันสำรองกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่สมมติฐานเชิงบวกเกี่ยวกับการฟื้นตัวของอุปทานพลังงานนั้นอาศัยเงื่อนไขว่าช่องแคบต่าง ๆ จะกลับมาเปิดใช้งานภายในเดือนมิ.ย. แต่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณดังกล่าว และทุกวันที่ผ่านไปยิ่งทำให้สถานการณ์เข้าใกล้จุดวิกฤตมากขึ้น
หุ้นส่วนใหญ่ในยุโรปปิดในแดนลบ อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.7% สวนทางตลาดโดยรวม
แม้จะมีความไม่แน่นอน แต่บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า ผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจของบริษัทต่าง ๆ ในฤดูกาลรายงานผลประกอบการรอบนี้ยังออกมาดีกว่าที่คาด โดย Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี STOXX 600 ในอีก 12 เดือนข้างหน้าขึ้นสู่ระดับ 660 จุด
นักวิเคราะห์จาก Morningstar กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของหลายบริษัทสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อยอดขาย อัตรากำไร และพฤติกรรมผู้บริโภค แต่ทุกบริษัทต่างกล่าวถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเช่นกัน
เขาคาดว่าเมื่อมีการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 นักลงทุนอาจได้เห็นภาวะชะงักงันของผลการดำเนินงานเป็นอย่างน้อย หรืออาจเห็นการชะลอตัวลง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่พึ่งพาการใช้จ่ายของผู้บริโภค
หุ้นกลุ่มสินค้าหรู ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยสำหรับผู้บริโภค ปรับตัวลงแล้วมากกว่า 18% นับตั้งแต่ต้นปี
ด้านข่าวการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ หุ้น easyJet พุ่งขึ้น 10% หลัง Castlelake เปิดเผยว่ากำลังพิจารณายื่นข้อเสนอซื้อกิจการสายการบินต้นทุนต่ำของอังกฤษรายนี้ ขณะที่ easyJet มองว่าช่วงเวลาของข้อเสนอดังกล่าวเป็นจังหวะที่ฉวยโอกาสอย่างมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน
หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากการฟื้นตัวในช่วงก่อนหน้า หลังการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หุ้น SAP บริษัทซอฟต์แวร์ที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในยุโรป พุ่งขึ้น 8.1% ขณะที่หุ้น Sage, Dassault Systemes, Nemetschek และ Temenos ปรับตัวขึ้นระหว่าง 7%-8% ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของยุโรปให้ปรับตัวสูงขึ้น
ส่วนหุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นในด้านลบ ได้แก่ หุ้น Wise ซึ่งร่วงลง 8% หลังมีรายงานว่าสำนักงานอัยการกรุงบรัสเซลส์กำลังสอบสวนบริษัทโอนเงินดิจิทัลแห่งนี้เกี่ยวกับธุรกรรมต้องสงสัยมูลค่า 500 ล้านยูโร
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มิ.ย. 69)





