
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% ในวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.) หลังอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งจะปูทางไปสู่การทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการทำสงครามกับอิหร่าน
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 2.98 ดอลลาร์ หรือ 3.1% ปิดที่ 93.04 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 2.78 ดอลลาร์ หรือ 2.84% ปิดที่ 95.03 ดอลลาร์/บาร์เรล
อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง ซึ่งเพิ่มความหวังที่จะมีการทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ อิหร่านได้กำหนดเงื่อนไขว่าจะไม่ยอมรับข้อตกลงยุติความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และอิสราเอล นอกเสียจากว่าอิสราเอลยุติการสู้รบในเลบานอน
ด้านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 215 ต่อ 208 เห็นชอบให้จำกัดอำนาจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน โดยกำหนดให้ปธน.ทรัมป์ถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากการทำสงครามกับอิหร่าน เว้นแต่รัฐสภาจะอนุมัติให้มีการดำเนินการทางทหารเพิ่มเติม
ทั้งนี้ มติดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา แต่หากปธน.ทรัมป์ใช้สิทธิ์วีโต้มติของสภาคองเกรส ทั้งสองสภาก็จะต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 เพื่อล้มล้างการใช้สิทธิ์วีโต้ของปธน.ทรัมป์
สำหรับความเคลื่อนไหวอื่น ๆ นั้น อเล็กซานเดอร์ โนวัก รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียเปิดเผยในวันพฤหัสบดีว่า การผลิตน้ำมันของรัสเซียลดลงตั้งแต่ต้นปีเนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียออกมายอมรับว่าการผลิตน้ำมันในประเทศปรับตัวลดลง
ด้านไฮแธม อัล กาอิส เลขาธิการกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) กล่าวในการประชุม “St Petersburg International Economic Forum” ในวันพฤหัสบดีว่า โอเปกคาดการณ์ว่าความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง และโอเปกยังไม่มีการปรับเปลี่ยนการประมาณการ แม้จะมีข้อขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มิ.ย. 69)





