
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมมอบนโยบาย และติดตามการแก้ปัญหาด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ครั้งที่ 2/69 โดยในที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการทบทวนมาตรการวีซ่า โดยเฉพาะการรักษาตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดสิทธิ์วีซ่า ซึ่งเตรียมจะเสนอขอสิทธิ์ประเภท ผ.15 เพื่ออำนวยความสะดวก และรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขัน
ในส่วนของความคืบหน้าการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดการจัดเก็บผ่านช่องทางอากาศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการประชุมสรุปรายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 16 มิ.ย.นี้
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงภารกิจสำคัญในการร่วมคณะเดินทางเยือนประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการ ร่วมกับนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย.นี้ ซึ่ง รมว.ท่องเที่ยวฯ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด เตรียมประเด็นหารือและข้อตกลงความร่วมมือทั้งด้านกีฬาและการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียนแบบพันธมิตรที่เกื้อกูลกันมากกว่าการเป็นคู่แข่ง
คาดปลายปี สรุปโครงการ “กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง
ส่วนโครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการออกแบบก่อสร้าง คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในช่วงปลายปี 69 นี้หรือต้นปี 70
สำหรับการปรับโครงสร้างกระทรวง ที่จะแยกภารกิจด้านการท่องเที่ยว ไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม และจัดตั้งกระทรวงการกีฬาขึ้นใหม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนทางกฎหมาย และคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ในช่วงปลายปี 69 เพื่อให้การทำงานในแต่ละด้านมีความชัดเจนและคล่องตัวยิ่งขึ้น
เล็งยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยวโดยใช้ AI

ด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยว นายสุรศักดิ์ ได้กำชับเรื่องการกวดขันปัญหามาเฟีย และมิจฉาชีพ โดยชูการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตรวจจับใบหน้ามาใช้ในการเฝ้าระวังบุคคลอันตราย และเตรียมนำระบบกล้องติดตัวตำรวจที่เชื่อมโยงข้อมูลอาชญากรรมได้ทันทีมาใช้ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง
พร้อมกันนี้ยังได้เร่งรัดการก่อสร้าง ซ่อมแซม และถ่ายโอนสนามกีฬาทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ รวมถึงการเตรียมบูรณาการร่วมกับกระทรวงคมนาคม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองผ่านระบบรถไฟ เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูล นายสุรศักดิ์ ได้สั่งการให้จัดตั้งคณะทำงาน เพื่อผลักดันกระทรวงฯ เข้าสู่ระบบเชื่อมโยงข้อมูลภาคราชการ (Business Data Exchange) ตามนโยบายของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกระทรวง เพื่อให้การบริการนักท่องเที่ยวและการวางแผนนโยบายมีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น
“การทำงานต่อจากนี้ จะเน้นการบูรณาการข้อมูลร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อให้กระทรวงฯ เป็นกลไกหลักในการสร้างรายได้ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านความปลอดภัยให้กับประเทศไทยต่อไป” รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มิ.ย. 69)





