กลุ่มบริษัทโทรคมนาคมซึ่งประกอบด้วย บวิค เตเลกอม (Bouygues Telecom), ออเรนจ์ (Orange) และ ฟรี-อีเลียด กรุ๊ป (Free-iliad Group) แถลงเมื่อวันเสาร์ (6 มิ.ย.) ว่า ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท อัลติส ฟร็องส์ (Altice France) เพื่อเข้าซื้อกิจการแอ็สแซ็ฟแฟร์ (SFR) ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ ด้วยมูลค่า 2.035 หมื่นล้านยูโร (หรือราว 2.344 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งรวมมูลค่าหนี้สินแล้ว
หากได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานกำกับดูแล การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะติดอันดับหนึ่งในดีลโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปในรอบหลายปีที่ผ่านมา
การแยกส่วนกิจการของ SFR จะทำให้จำนวนผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในฝรั่งเศสลดลงจาก 4 รายเหลือเพียง 3 ราย ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญว่าหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้า จะยอมให้มีการควบรวมกิจการในตลาดโทรคมนาคมของยุโรปที่มีผู้เล่นหนาแน่นหรือไม่
ตามเงื่อนไขข้อตกลง บวิคจะได้รับสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของ SFR ไป โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 52% ของรายได้จากส่วนกิจการที่แยกออกมา ขณะที่ ฟรี-อีเลียด จะได้ไป 27% และ ออเรนจ์ 21% ทั้งนี้ สินทรัพย์บางส่วน เช่น โครงข่ายประจำที่ โครงข่ายมือถือ และระบบไอที จะถูกถือครองร่วมกันในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน
คริสเตล เฮย์เดอมันน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของออเรนจ์ กล่าวเมื่อเดือนเม.ย. ว่า บริษัทได้เริ่มหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลล่วงหน้าก่อนจะบรรลุข้อตกลง พร้อมระบุว่าการใช้มาตรการเยียวยาเชิงพฤติกรรมอาจเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ดีลนี้ผ่านการอนุมัติ
สำหรับสัดส่วนการชำระเงินของฝั่งผู้ซื้อ บวิค เตเลกอม จะรับผิดชอบประมาณ 42%, ฟรี-อีเลียด 31% และออเรนจ์ 27% นอกจากนี้ยังได้ตกลงเรื่องค่าปรับกรณีบอกเลิกข้อตกลง ซึ่งกำหนดไว้ระหว่าง 100 ล้าน ถึง 2,000 ล้านยูโร
กลุ่มบริษัทร่วมทุนให้คำมั่นว่าจะดูแลการจ้างงานของพนักงานทุกคนในส่วนธุรกิจที่เข้าซื้อ ไปจนถึงต้นปี 2572 โดยจะให้ทำงานในตำแหน่งเดิม หรือจัดหาโอกาสทางอาชีพอื่น ๆ ให้ทดแทน
คาดว่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 หลังจากได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 มิ.ย. 69)





