ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำสัปดาห์: มีมูลค่าการซื้อขายรวม 564,485 ลบ.

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ประจำสัปดาห์ (15 – 19 มิถุนายน 2569) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 564,485 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 112,897 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 6% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 50% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 282,924 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 225,021 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 19,977 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40% และ 4% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB294A (อายุ 2.8 ปี) LB463A (อายุ 19.8 ปี) และ LB456A (อายุ 19.0 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 34,895 ล้านบาท 26,287 ล้านบาท และ 14,410 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รุ่น CRC295A (AA-) มูลค่าการซื้อขาย 1,143 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) รุ่น GULF299A (AA-) มูลค่าการซื้อขาย 810 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) รุ่น SPALI268A (Non-Rated) มูลค่าการซื้อขาย 799 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเคลื่อนไหวผันผวนประมาณ 3-17 bps. แม้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนเริ่มผ่อนคลายความกังวลหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงสันติภาพร่วมกับอิหร่าน ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ด้านปัจจัยต่างประเทศ ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. มีมติ 7 ต่อ 1 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1% เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. มีมติเอกฉันท์ 12-0 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ตามการคาดการณ์ของตลาด พร้อมปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2569 อยู่ที่ระดับ 2.2% จากเดิมคาดการณ์ในเดือนมี.ค.ว่าจะมีการขยายตัว 2.4% ด้านกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกยังคงยืนหยัดรับมือกับแรงกระแทกจากสงครามในตะวันออกกลางได้ แม้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น เงินเฟ้อเร่งตัว และภาวะการเงินโลกตึงตัวมากขึ้น ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ด้านปัจจัยในประเทศ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings (S&P) รายงานการวิเคราะห์อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดยคงอันดับความน่าเชื่อถือ (Sovereign Credit Rating) ที่ระดับ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)

สัปดาห์ที่ผ่านมา (15 – 19 มิถุนายน 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 2,478 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 3,188 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT) (อายุมากกว่า 1 ปี) 9,030 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 14,697 ล้านบาท

หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้

ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่ ม.ค. 2565

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทยสัปดาห์นี้
(15 – 19 มิ.ย. 69)
สัปดาห์ก่อนหน้า
(8 – 12 มิ.ย. 69)
เปลี่ยนแปลง
(%)
สะสมตั้งแต่ต้นปี
(1 ม.ค. – 19 มิ.ย. 69)
มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ – Outright Trading (ล้านบาท)564,484.73531,758.386.15%11,194,081.16
มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท)112,896.95106,351.686.15%100,847.58
ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index)106.4106.330.07%
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index)108.66108.640.02%

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) –%

ช่วงอายุของตราสารหนี้1 เดือน6 เดือน1 ปี3 ปี5 ปี10 ปี15 ปี30 ปี
สัปดาห์นี้ (19 มิ.ย. 69)0.850.870.951.351.642.12.653.21
สัปดาห์ก่อนหน้า (12 มิ.ย. 69)0.850.880.961.321.622.192.763.38
เปลี่ยนแปลง (basis point)0-1-132-9-11-17

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 มิ.ย. 69)