น้องสาว “คิม” โต้ เป้าหมายสหรัฐฯ-จีน เรื่องปลดนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ “เป็นข้อมูลเท็จ”

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานวันนี้ (7 มิ.ย.) ว่า คิม โยจอง น้องสาวของ คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวว่า ข้อมูลที่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้ยืนยันเป้าหมายร่วมกันเมื่อเดือนพ.ค. ในการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือนั้น เป็น “ข้อมูลเท็จ”

KCNA รายงานโดยอ้างอิงแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ (6 มิ.ย.) ของ คิม โยจอง ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรครัฐบาลว่า “นี่เป็นเพียงพฤติกรรมเดิม ๆ ของสหรัฐฯ ในการปล่อยข้อมูลเท็จเท่านั้น”

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การแสดงท่าทีดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่ปธน.สีจะเดินทางเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย. ซึ่งส่อให้เห็นว่ารัฐบาลเปียงยางไม่มีเจตนาที่จะหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของตนระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำทั้งสอง

“เรามีข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในเรื่องนี้” คิม โยจอง กล่าว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าทางการจีนอาจได้แจ้งสรุปผลการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.สีกับปธน.ทรัมป์ (ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งเมื่อกลางเดือนพ.ค.) ให้เกาหลีเหนือทราบแล้ว

ทำเนียบขาวได้ระบุถึงเป้าหมายร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ กับจีนเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ลงในเอกสารข้อเท็จจริงหลังการประชุมสุดยอด ทว่ารัฐบาลปักกิ่งไม่ได้กล่าวถึงประเด็นนี้เลยในเอกสารสรุปผลการหารือของตน

“เราขอทำความเข้าใจให้ชัดเจนด้วยว่า เราจะไม่หารือเรื่องอธิปไตยและความมั่นคงหลักของเรากับผู้ใด” น้องสาวผู้นำคิมกล่าว พร้อมเสริมว่า เป้าหมายการปลดอาวุธนิวเคลียร์นั้น “อาจเป็นเพียงความคาดหวัง” ของรัฐบาลวอชิงตัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางคน “ยังไม่ยอมตื่นจากความเพ้อฝันหลงยุค”

คิม โยจอง กล่าวตอกย้ำว่า “แนวทางการเดินหน้าเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องปรามสงครามนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง” เพื่อป้องกันประเทศ ซึ่ง “ท่านผู้นำสูงสุดได้ชี้แจงไว้ชัดเจนแล้วนั้น ถือเป็นข้อสรุปสุดท้ายที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และจะต้องดำเนินการอย่างไม่มีเงื่อนไข”

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว KCNA รายงานวันนี้ว่า คิม จองอึน ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงงานอุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญเมื่อวันเสาร์ เพื่อติดตามความคืบหน้าการผลิตอาวุธหลักในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

รายงานระบุว่า ผู้นำเกาหลีเหนือได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการผลิตขีปนาวุธทิ้งตัวและขีปนาวุธร่อนรูปแบบต่าง ๆ ขึ้นอีก 2.5 เท่า ภายในกรอบเวลาของแผนพัฒนาการป้องกันประเทศระยะ 5 ปี ซึ่งเริ่มนับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 มิ.ย. 69)