BTG บวก 3.47% ราคาหมูฟื้นรับ”ไทยช่วยไทยพล้ส”-ต้นทุนหดหนุนกำไร Pet Food ยอดพุ่ง-ส่งออกแกร่ง

เมื่อเวลา 10.01 น. BTG บวก 3.47% เพิ่มขึ้น 0.70 บาท มาที่ 20.90 บาท มูลค่าการซื้อขาย 66.19 ล้านบาท จากราคาเปิด 20.60 บาท ราคาสูงสุด 20.90 บาท และราคาต่ำสุด 20.50 บาท

บล.กสิกรไทย ระบุว่า บมจ.เบทาโกร [BTG] เริ่มมีสัญญาณบวกจากราคาเนื้อหมูในสัปดาห์นี้ที่ปรับตัวขยับขึ้นราว 4 บาทต่อกิโลกรัม คาดเป็นผลทางอ้อมจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นบวกต่อกลุ่มเนื้อหมู ขณะที่ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น กากถั่วเหลืองและข้าวโพดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาคาดว่าจะทยอยลดลงในช่วงเดือน ก.ค.- ส.ค. จากเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว ช่วยผ่อนคลายแรงกดดันทางด้านต้นทุน Valuation ยังอยู่ในระดับไม่แพง ปัจจุบันเทรด PE 8.5 เท่า และคาดอัตราปันผลราว 4.6%

ด้าน บล.เอเอสแอล ระบุว่า BTG รายงานยอดขายไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 28,367 ล้านบาท ลดลง 6.4% YoY และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,003 ล้านบาท ลดลง 47.1% YoY จากแรงกดดันของราคาเนื้อสัตว์ในประเทศที่ปรับตัวลดลงตามกำลังซื้อที่ชะลอตัวในช่วงต้นปี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเหลือ 14.9% จาก 17.7% จากปีก่อน

อย่างไรก็ตาม บริษัทเริ่มเห็นผลบวกจากแผน Cost Transformation ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร (SG&A) ลง 2% YoY รวมถึงกลยุทธ์การเพิ่มสัดส่วนสินค้าและช่องทางการจำหน่ายที่ให้อัตรากำไรสูง เช่น อาหารแปรรูป, อาหารพร้อมทาน, Food Service และ Modern Trade ซึ่งช่วยประคองมาร์จิน (Margin) ได้ดีกว่าที่ตลาดกังวล ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงยังเติบโตโดดเด่น +22% YoY จากการขยายกำลังการผลิต, การรุกช่องทางการจำหน่าย และการเติบโตของตลาดส่งออก

ฝ่ายบริหารยังคงเป้าหมายรายได้ปี 69 ไว้ที่ 126,000-130,000 ล้านบาท หรือเติบโต 3-7% พร้อมตั้งเป้า GPM ไว้ที่ 15-17% โดยคาดการณ์ว่าการบริโภคในประเทศจะฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและช่วงเปิดเทอม

ขณะที่โมเมนตัมการส่งออกยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดยุโรป, ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ซึ่งบริษัทเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไทยที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกสุกรไปยังประเทศมาเลเซีย รวมถึงมียอดสั่งซื้อล่วงหน้า (Advance Booking) ยาวไปถึงไตรมาส 3/69 ถึงไตรมาส 4/69 แล้ว นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 22% และเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่ม High-margin เป็น 60% ภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนจากราคาสินค้าเกษตรและหนุนเสถียรภาพของกำไรในระยะยาว

ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน มองว่า BTG เริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวของวัฏจักรกำไร (Earnings Cycle) จากทั้งการบริหารส่วนผสมผลิตภัณฑ์ (Product Mix), การลดต้นทุน และการฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์ในประเทศ โดยเฉพาะสุกรที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 2/69 จากภาวะอุปทานตึงตัวและมาตรการกระตุ้นการบริโภค

ขณะที่ธุรกิจส่งออกและธุรกิจสัตว์เลี้ยงจะเป็น New Growth Engine ที่สำคัญในระยะกลาง – ยาว อีกทั้งฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่งด้วยอัตราส่วน Net IBD/Equity เพียง 0.64 เท่า (ต่ำกว่า Debt Covenant ที่กำหนดไว้ที่ 2.0 เท่า) และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงราว 6 – 7%

รวมถึงการซื้อหุ้นคืนในช่วงไตรมาส 1/69 ที่ผ่านมา ช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ขึ้นอีก 0.4% และทำให้กำไรต่อหุ้น (EPS) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5% ส่งผลให้ BTG เป็นหุ้นเด่นในธีม Domestic Consumption และ Export Play ที่น่าสนใจในช่วงเศรษฐกิจโลกผันผวน และเป็นหุ้นที่ตลาดให้ความสำคัญเนื่องจากมีกระแสเงินสด (Cash Flow) แข็งแกร่ง รวมถึงมี Earnings Visibility สูง ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 21.60 บาท

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มิ.ย. 69)