เงินเฟ้อภาคค้าส่งญี่ปุ่นพุ่ง 6.3% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี เหตุสงครามอิหร่านดันต้นทุน

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (10 มิ.ย.) ระบุว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (CGPI) หรือราคาขายส่ง ซึ่งเป็นมาตรวัดราคาซื้อขายสินค้าและบริการระหว่างบริษัท ปรับตัวขึ้น 6.3% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งนับเป็นการปรับตัวขึ้นรวดเร็วที่สุดในรอบกว่า 3 ปี หรือเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2566 โดยตัวเลขดังกล่าวเร่งตัวขึ้นจากระดับ 5.3% ในเดือนเม.ย. ที่มีการปรับทบทวนใหม่ ตอกย้ำให้เห็นถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในญี่ปุ่นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

อัตราเงินเฟ้อภาคค้าส่งในเดือนพ.ค. ที่พุ่งสูงขึ้นนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับกระแสคาดการณ์ที่ว่า BOJ เตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า

แหล่งข่าววงในเปิดเผยกับสำนักข่าวเกียวโดว่า หลังจากที่ BOJ คงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 คาดว่า BOJ จะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.00% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี จากระดับปัจจุบันที่ 0.75% ท่ามกลางความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรต้องพึ่งพาการนำเข้าจากภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างหนัก ก่อนที่การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อช่วงปลายเดือนก.พ. จะนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ญี่ปุ่นต้องหันไปส่งเสริมการจัดซื้อจากแหล่งทางเลือกอื่น แม้ว่าจะต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นก็ตาม

ราคาสินค้าปิโตรเลียมและถ่านหินปรับตัวขึ้น 13.8% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงวัสดุที่ทำจากแนฟทาที่ได้จากน้ำมัน พุ่งขึ้น 13.4% สะท้อนถึงการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันและสารอนุพันธ์จากตะวันออกกลาง

เจ้าหน้าที่ของ BOJ ระบุว่า ข้อมูลในเดือนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการปรับขึ้นราคาได้ขยายวงกว้างจากขั้นต้นน้ำ (Upstream) ซึ่งได้แก่สินค้าปิโตรเลียมและถ่านหิน ไปยังขั้นกลางน้ำ (Midstream) เช่น พอลิเอทิลีนและสารเคมีอื่น ๆ ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก BOJ ระบุว่า ดัชนีราคานำเข้าพุ่งขึ้น 25.5% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2565 โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาโลหะ ปิโตรเลียม ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ท่ามกลางการอ่อนค่าของเงินเยน ขณะที่ราคาสินค้าส่งออกพุ่งขึ้น 20.6% นำโดยการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มิ.ย. 69)