
กรมศุลกากรและสรรพสามิตของกัมพูชาเปิดเผยในวันนี้ (10 มิ.ย.) ว่า ยอดการส่งออกของกัมพูชาในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่าแตะ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบรายปี โดยมีจุดหมายปลายทางการส่งออกที่สำคัญที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐฯ เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น และแคนาดา
ขณะที่ยอดนำเข้าสินค้าของกัมพูชาขยายตัว 18.9% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลาเดียวกัน
เพนน์ โซวิชิต เลขาธิการรัฐและโฆษกกระทรวงพาณิชย์กัมพูชาระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของการส่งออกในครั้งนี้มาจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) รวมถึงข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) แบบทวิภาคีที่กัมพูชาทำร่วมกับจีน เกาหลีใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เนื่องจากข้อตกลงการค้าเหล่านี้ช่วยให้สินค้าท้องถิ่นได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ธนาคารโลก (World Bank) ได้ระบุในรายงานติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจกัมพูชาเมื่อวันอังคาร (9 มิ.ย.) ว่า การส่งออกสินค้าของกัมพูชา ไม่รวมทองคำ จะยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในระดับตัวเลขสองหลัก
อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกเตือนว่า แม้ภาคการส่งออกสินค้าของกัมพูชายังคงมีความยืดหยุ่น แต่ประเทศยังเผชิญความเปราะบางจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่แข็งแกร่ง ต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น และการพึ่งพาตลาดส่งออกบางแห่งมากเกินไป
นอกจากนี้ สัดส่วนการเติบโตจากกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูป สินค้าเพื่อการเดินทาง และรองเท้า (GTF) เริ่มชะลอลง เพราะก่อนหน้านี้ผู้ซื้อได้เร่งสั่งซื้อและนำเข้าสินค้าไปล่วงหน้าแล้ว ทำให้ความต้องการในปัจจุบันลดลง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มิ.ย. 69)





