
ทางการฮ่องกงได้สั่งฟ้องบุคคล 7 ราย และบริษัทอีก 2 แห่ง ในวันนี้ (10 มิ.ย.) ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และสมรู้ร่วมคิดในการกระทำความผิด สืบเนื่องมาจากเหตุโศกนาฏกรรมที่อาคารพักอาศัยหวั่งฟกคอร์ต (Wang Fuk Court) ในเขตต่ายโปว ใกล้ชายแดนจีน เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ปีที่แล้ว
เหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 168 ราย โดยเพลิงได้ลุกไหม้อาคารสูง 7 หลัง นานเกือบ 2 วัน ซึ่งขณะนั้นทางการระบุสาเหตุว่าเกิดจากวัสดุก่อสร้างที่ใช้ในการปรับปรุงอาคารไม่ได้มาตรฐาน
แถลงการณ์ของทางการฮ่องกงระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะกรรมการอิสระเพื่อการต่อต้านการทุจริต ได้ตั้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 25 กระทง โดยมีข้อหาเกี่ยวกับการฟอกเงิน ความพยายามขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และการหลีกเลี่ยงภาษีรวมอยู่ด้วย
รายงานข่าวระบุว่า บุคคลทั้ง 7 รายที่ถูกสั่งฟ้องนั้น มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันในโครงการปรับปรุงซ่อมแซมชุมชนหวั่งฟกคอร์ต ส่วนบริษัท 2 แห่งที่ถูกสั่งฟ้องคือบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานและบริษัทผู้รับเหมาหลักที่รับผิดชอบโครงการนี้
ก่อนหน้านี้ในเดือนมี.ค. ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 38 รายในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับอาคารคอมเพล็กซ์แห่งนี้ ซึ่งรวมถึงข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและการฉ้อโกง ขณะที่หน่วยงานปราบปรามการทุจริตระบุในเดือนเดียวกันว่า ได้จับกุมผู้ต้องหาไปอีก 23 รายในข้อหาต้องสงสัยว่าติดสินบนและสมรู้ร่วมคิดในการฉ้อโกง
ด้านวิกเตอร์ ดอว์ส ทนายความซึ่งเป็นตัวแทนของคณะกรรมการอิสระที่กำลังดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า ระบบความปลอดภัยด้านอัคคีภัยเกือบทั้งหมดของอาคารไม่ทำงานในวันเกิดเหตุ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความผิดพลาดของมนุษย์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มิ.ย. 69)





