
กระทรวงคมนาคม โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รรมช.คมนาคม มีนโยบายสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของตัวรถโดยสารและรถบรรทุก ซึ่งกรมการขนส่งทางบกในฐานะหน่วยงานในสังกัดฯ และเป็นหน่วยหลักได้ดำเนินการตรวจสภาพรถให้ได้มาตรฐาน และเป็นไปตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการตรวจสภาพรถของพนักงานตรวจสภาพตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ กรมฯได้ยกระดับความเข้มข้นในการตรวจสภาพรถมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการตรวจระบบไฟฟ้า (แบตเตอรี่ สายไฟ และจุดเชื่อมต่อสายไฟ ฯลฯ) อย่างเข้มงวดเพื่อเป็นการป้องกันการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าอันเป็นสาเหตุการเกิดไฟไหม้
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้สั่งการและซักซ้อมสำนักงานขนส่งทั่วประเทศให้ดำเนินมาตรการการตรวจสอบระบบไฟฟ้ารถ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ดังนี้
- แบตเตอรี่ ต้องติดตั้งอย่างมั่นคงแข็งแรงกับตัวรถและอยู่ในตำแหน่งที่อากาศถ่ายเทสะดวก และมีวัสดุที่เป็นฉนวนครอบหรือหุ้มขั้วแบตเตอรี่เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ทั้งนี้ ตำแหน่งที่ติดตั้งแบตเตอรี่ต้องไม่อยู่ในห้องผู้ขับรถและห้องผู้โดยสาร
- วงจรไฟฟ้า ต้องมีฟิวส์หรืออุปกรณ์ตัดวงจร (Circuit Breaker) ที่เหมาะสม (ยกเว้นวงจรที่ใช้กับระบบเครื่องยนต์และสายกราวน์)
- สายไฟ ต้องมีฉนวนหุ้มและถูกป้องกันอย่างเหมาะสม ไม่เปลือย ไม่ชำรุดฉีกขาด และขนาดของสายไฟต้องเหมาะสมกับการส่งกระแสไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย
- การติดตั้งสายไฟ ต้องยึดแน่นมั่นคง “ห้าม” สัมผัสกับท่อเชื้อเพลิงหรือส่วนประกอบระบบไอเสีย และต้องไม่อยู่ในตำแหน่งที่เสี่ยงให้เกิดอันตราย เช่น ห้อยสัมผัสพื้น หรือเสี่ยงต่อการเสียดสี
- จุดเชื่อมต่อสายไฟ ต้องมีสภาพเรียบร้อยและแน่นหนา ไม่หลวม และไม่เสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟ
- กรณีที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเสริม เช่น พัดลม, กาต้มน้ำ, โทรทัศน์ ต้องมีการติดตั้งสวิตช์เพิ่มเติมสำหรับเปิดปิดกระแสไฟฟ้าเข้าอุปกรณ์ดังกล่าว และระบบไฟฟ้าของอุปกรณ์ดังกล่าวต้องได้มาตรฐานความปลอดภัยตามรายการข้างต้นทั้งหมด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มิ.ย. 69)




