
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติ 7 ต่อ 1 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ในการประชุมวันนี้ (16 มิ.ย.) โดยมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเงินเยนที่อ่อนค่าลง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากเดิมที่ระดับ 0.75% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2568 หลังจากที่คงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมสามครั้งก่อนหน้านี้ โดยการดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุม เนื่องจากอยู่ระหว่างการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากภาวะถุงน้ำดีตับติดเชื้อ
มติการประชุมครั้งนี้ไม่เป็นเอกฉันท์ โดยในบรรดากรรมการ BOJ ทั้ง 8 คนนั้น มีเพียง 1 รายคือโทอิชิโระ อาซาดะ ที่โหวตคัดค้านการขึ้นอัตราดอกเบี้ย และต้องการให้ BOJ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.75%
นอกจากนี้ BOJ ระบุว่า จะชะลอจังหวะการปรับลดปริมาณการซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนเม.ย. 2570 เป็นต้นไป พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยจะขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มิ.ย. 69)





