
บรรดาผู้นำประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือกลุ่ม G7 เริ่มต้นการประชุมสุดยอดเป็นเวลา 3 วันที่ประเทศฝรั่งเศส ในวันจันทร์ (15 มิ.ย.) โดยบรรดาผู้นำ G7 จะร่วมกันประเมินว่า ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะสามารถบรรเทาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และช่วยป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างออกไปในระดับภูมิภาคได้หรือไม่
การประชุมสุดยอด G7 ครั้งนี้ จัดขึ้นที่เอเวียง-เลส์-แบงส์ เมืองริมทะเลสาบของฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นการพบปะกันแบบต่อหน้าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และจะเป็นบททดสอบว่ากลุ่ม G7 จะสามารถแสดงจุดยืนที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในประเด็นต่าง ๆ เช่น สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยูเครน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาความเห็นต่างระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรยุโรปยังคงมีอยู่
ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประธานการประชุมสุดยอดในปีนี้ กล่าวว่า ผู้นำกลุ่ม G7 จะหารือกันเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซในระยะยาว ซึ่งช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางการเดินเรือขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลก
ด้านกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ในระหว่างการเลี้ยงอาหารค่ำ นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ซึ่งเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G7 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว ได้เสนอให้จัดตั้งพันธมิตรคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมและความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุที่มีความสำคัญ โดยทาคาอิจิได้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการพึ่งพาแร่ธาตุสำคัญจากจีนมากเกินไป เช่น แร่หายาก ซึ่งมีความจำเป็นต่ออุตสาหกรรมไฮเทค
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ทาคาอิจิยังได้แสดงความยินดีต่อข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน โดยเรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็น “ก้าวย่างสำคัญที่จะนำไปสู่การลดความตึงเครียด”
ทั้งนี้ ทาคาอิจิเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะต้องบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าข้อตกลงจะถูกนำไปปฏิบัติจริง ตลอดจนรับประกันว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นไปอย่างอิสระและปลอดภัย และสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน โดยมีกำหนดการจัดพิธีลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มิ.ย. 69)





