
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. รวม 2 ฉบับ
โดยมีสาระสำคัญเป็นการขยายระยะเวลา การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรแก่บุคคลธรรมดา และบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถานศึกษา เพื่อสนับสนุนการกีฬา โดยให้หักลดหย่อน หรือหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนเงินบริจาค สำหรับการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร ซึ่งสิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
ทั้งนี้ เมื่อร่างพระราชกฤษฎีกาทั้ง 2 ฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว กรมสรรพากร จะต้องออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อไป
น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า กระทรวงการคลัง ได้ประมาณการสูญเสียรายได้ และประโยชน์ที่จะได้รับ ตามมาตรา 27 และมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 และคาดว่ามาตรการภาษีดังกล่าว จะมีบุคคลธรรมดา และบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ใช้สิทธิรวมกันปีละ 1 ล้านราย จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ปีละประมาณ 1,600 ล้านบาท (รวม 3 ปีภาษี ประมาณ 4,800 บาท) แบ่งเป็น การสูญเสียรายได้จากมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษาปีละ 1,540 ล้านบาท และมาตรภาษีเพื่อสนับสนุนการกีฬาปีละประมาณ 60 ล้านบาท
“มาตรการนี้ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จะมีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษา และการกีฬาของประเทศอย่างต่อเนื่อง และเป็นการช่วยลดภาระงบประมาณของภาครัฐได้อีกทางหนึ่ง” น.ส.พลอยทะเล ระบุ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มิ.ย. 69)





