
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.) สัญญาธัญพืชปิดลบทั้งกระดาน โดยสัญญาถั่วเหลืองได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐและราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์เมื่อวันพุธ จากกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับความต้องการซื้อจากจีน ขณะที่ข้าวสาลีและข้าวโพดก็ปรับตัวลงเช่นกัน เนื่องจากแรงฟื้นตัวของตลาดธัญพืชจากระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือนเริ่มแผ่วลง และนักลงทุนปรับสถานะการลงทุนก่อนเข้าสู่วันหยุดยาว 3 วันในสหรัฐฯ
ตลาด CBOT จะปิดทำการในวันศุกร์นี้ (19 มิ.ย.) เนื่องในวัน Juneteenth
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 3.50 เซนต์ หรือ -0.83% ปิดที่ระดับ 4.1750 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 7.25 เซนต์ หรือ -1.17% ปิดที่ระดับ 6.1400 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 6.50 เซนต์ หรือ -0.57% ปิดที่ระดับ 11.4275 ดอลลาร์/บุชเชล
เทรดเดอร์ระบุว่า ข่าวการส่งออกสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ที่ประกาศในช่วงเช้าช่วยพยุงราคาไม่ให้ปรับตัวลงมากนัก โดยกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) รายงานว่า ผู้ส่งออกสหรัฐฯ ขายถั่วเหลือง 132,000 ตันให้แก่จีน ขายถั่วเหลืองอีก 120,000 ตันให้แก่ผู้ซื้อที่ไม่เปิดเผยชื่อ และขายข้าวโพด 285,775 ตันให้แก่เม็กซิโก โดยทั้งหมดเป็นการส่งมอบในปีการตลาด 2569/2570
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการเข้าซื้อถั่วเหลืองของจีนยังคงชะลอตัวกว่าที่เทรดเดอร์จำนวนมากคาดหวังไว้ ทำให้เกิดความกังวลว่าจีนอาจซื้อถั่วเหลืองในปีนี้ต่ำกว่าปริมาณที่ USDA คาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกัน การที่จีนกลับเข้ามาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ อีกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากราคาปรับตัวลดลงมาก
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้า เทรดเดอร์จะจับตารายงานภาวะพืชผลของ USDA เพื่อหาสัญญาณความเสียหายของผลผลิตข้าวโพดและถั่วเหลืองในภูมิภาคมิดเวสต์ของสหรัฐฯ หลังจากหลายพื้นที่ เช่น ทางตะวันออกของรัฐไอโอวา พื้นที่ตอนกลางของรัฐอิลลินอยส์ รัฐอินเดียนา และบางส่วนของรัฐโอไฮโอ เผชิญฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา จนเกษตรกรไม่สามารถฉีดพ่นสารหรือใส่ปุ๋ยไนโตรเจนได้ และปริมาณน้ำที่มากเกินไปยังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของพืช
เขาระบุว่า เมื่อพิจารณาปริมาณฝนสะสมตลอดเดือนมิ.ย. ในพื้นที่ดังกล่าว จะพบว่ามีฝนตกมากเกินปกติ และคาดว่าคะแนนประเมินคุณภาพพืชผลจะเริ่มปรับลดลง
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี หลังการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตอกย้ำการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐฯ มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อจากต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่และผู้บริหารในอุตสาหกรรมระบุว่า การโจมตีท่าเรือและเรือเดินทะเลของยูเครนโดยรัสเซียที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ปริมาณการส่งออกธัญพืชรายเดือนลดลงได้มากถึงหนึ่งในสาม และทำให้ผู้ประกอบการท่าเรือต้องเผชิญกับความเสียหายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจนไม่สามารถรับภาระได้เพียงลำพังอีกต่อไป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มิ.ย. 69)





