
ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (19 มิ.ย.) ว่า ญี่ปุ่นจะดำเนินมาตรการที่ “เด็ดขาด” หากพบว่ามีความเคลื่อนไหวเพื่อเก็งกำไรในตลาดปริวรรตเงินตรา โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเงินเยนอ่อนค่าลงสู่กรอบบนของระดับ 161 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในรอบกว่า 39 ปี
“จุดยืนของเราไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดในการดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดเมื่อมีความจำเป็น” คาตายามะกล่าวกับผู้สื่อข่าว ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เงินเยนร่วงลงแตะระดับ 161.81 เยนต่อดอลลาร์ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2567 เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงซื้อหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณความพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินเยนส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าพลังงานปรับตัวสูงขึ้นในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าทรัพยากรจากต่างประเทศ
คำเตือนของคาตายามะมีขึ้นหลังจากข้อมูลของกระทรวงการคลังในระหว่างวันที่ 28 เม.ย. ถึงวันที่ 27 พ.ค. แสดงให้เห็นว่า ทางการญี่ปุ่นได้ใช้เม็ดเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 11.73 ล้านล้านเยน (7.3 หมื่นล้านดอลลาร์) ในการเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา
การแทรกแซงดังกล่าวช่วยให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นสู่ระดับประมาณ 155 เยนต่อดอลลาร์ แต่จากนั้นเงินเยนได้กลับมาอ่อนค่าลงอีกเนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐดึงดูดแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มิ.ย. 69)





