
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงการเตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 และพ.ร.บ.โอนงบปี 2569 ว่า ช่วงเวลาในการการอภิปรายงบประมาณทั้ง 2 เรื่อง จะอยู่ใกล้เคียงกันในช่วงปลายเดือนมิ.ย. ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เชิญหน่วยงานมาชี้แจงเรื่องการของบประมาณ ขณะเดียวกัน ต้องรอมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 มิ.ย.นี้ ที่จะเห็นชอบเล่มร่างงบประมาณปี 2570 ซึ่งพรรคฯ มีเวลาเตรียมตัวก่อนที่จะอภิปรายงบประมาณไม่ถึง 1 สัปดาห์
ส่วน พ.ร.บ.โอนงบปี 2569 แม้จะมีเวลาใช้เงินเพียง 3 เดือน พรรคฯ ก็ให้ความสำคัญในการอภิปราย ซึ่งมีวงเงิน 10,300 ล้านบาท โอนไปอยู่ในงบกลาง ทั้งที่รัฐบาลเคยบอกว่าจะตัดงบเข้าสู่การโอนแสนล้านบาท ลงมาเหลือ 80,000 ล้านบาท และท้ายที่สุดเหลือเพียง 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้เยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา จึงต้องติดตามว่าจะมีการอนุมัติงบส่วนนี้ไปใช้อย่างไร
จัด 30 ขุนพลลุยซักฟอกงบปี 70
ส่วนการจัดสรร สส. อภิปรายงบประมาณปี 2570 นั้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ในการอภิปรายจะแบ่งเป็นรายประเด็น โดยเตรียมผู้อภิปรายประมาณ 30 คน เช่น เรื่องพลังงานอาจจะคาบเกี่ยวกระทรวงกัน โดยจะไล่เรียงตั้งแต่ปัญหาการคลัง การจัดเก็บรายได้ ของนโยบายอุตสาหกรรม งบด้านสิ่งแวดล้อม และกองทัพ การกระจายอำนาจ ส่วนหัวข้อในการอภิปรายนั้น ต้องขอเห็นรายละเอียดของงบประมาณก่อน
จับตากระทรวงดีอี รับงบปี 70 เพิ่ม 30%
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ต้องจับตาไปยังบางหน่วยงานหรือบางกระทรวง เนื่องจากได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเป็นกระทรวงเดียวที่ได้งบเพิ่มถึง 30% และโดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ที่เป็นเจ้าของโครงการ TH-AI Passport ได้รับงบเพิ่มอีกเท่าตัว หรือ 95% ซึ่งต้องจับตาว่าจะนำไปใช้ดำเนินการในเรื่องใดต่อ
“มีแนวโน้มว่า อาจจะเป็นโครงการภาคต่อของ TH-AI Passport หรือไม่ ต้องไปติดตามตรวจสอบกันอีก ต้องบอกว่า โครงการ TH-AI Passport ไม่ได้ใช้งบประมาณอย่างเดียว แต่ใช้เงินกองทุนดีอี ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณ และที่ผ่านมา เป็นปัญหาและช่องโหว่ ที่สภาฯ ตรวจสอบได้ยากมาโดยตลอด เราจึงต้องพูดถึงการตรวจสอบเงินนอกงบประมาณทั้งหมดของแผ่นดิน ว่าเอาไปใช้อย่างไร มีความซ้ำซ้อนกับโครงการที่อยู่ในงบประมาณหรือไม่” รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามอีกหลายโครงการ หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายหลายเรื่องที่น่าสนใจ เช่น การลดงบประมาณในการก่อสร้างอาคารที่ไม่จำเป็น โดยทราบว่ามีการตัดงบก่อสร้างอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม โดยต้องตามต่อว่าจะเป็นการยกเลิก หรือเป็นการปรับปรุงแบบอาคารใหม่หรือไม่ และหน่วยงานต่าง ๆ ถูกปรับลดงบประมาณลง 2 ใน 3 ซึ่งต้องไปดูในรายละเอียดว่ามีการปรับลดในสิ่งที่ไม่สมควรปรับหรือไม่
รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวด้วยว่า ในรอบนี้รัฐบาลยังมีเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ในก้อนของ 2 แสนล้านบาทหลัง ที่เป็นเรื่องการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะมีความทับซ้อนระหว่างกระทรวงพลังงาน กับกองทุนอนุรักษ์พลังงาน
“เป็นสิ่งที่ต้องติดตามตรวจสอบในรายละเอียด เพราะมีความพิเศษอย่างหนึ่ง คือ เป็นงบประมาณที่บอกได้ว่าประเทศนี้ รัฐบาลนี้ เจองบประมาณมีปัญหาหนักมาก ฝีแตก และไม่สามารถปิดบังแผลที่เรื้อรังมานานของงบประมาณไทยได้ โดยเฉพาะรายจ่ายประจำพุ่ง งบลงทุนต่ำลง” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
พร้อมยืนยันว่า การตรวจสอบผ่านการอภิปรายงบประมาณของพรรคประชาชน ยังคงเข้มข้นเช่นเดิม แม้ในช่วงนี้จะมีความพยายามดิสเครดิตความน่าเชื่อถือของพรรค ที่จะต้องตรวจสอบความคุ้มค่า และความเหมาะสมของงบประมาณ รวมถึงความสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอรัปชั่น จึงอยากชวนประชาชนร่วมจับตาการอภิปรายงบประมาณในครั้งนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มิ.ย. 69)





