
ปิแอร์ วุนช์ ผู้ว่าการธนาคารกลางเบลเยียมและหนึ่งในผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ECB อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ได้เร็วที่สุดในเดือนหน้า หากพบหลักฐานเพิ่มเติมว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในยูโรโซนเริ่มขยายตัวจากภาคพลังงานไปยังภาคส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะภาคบริการ
วุนช์ซึ่งมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มกรรมการสายเข้มงวดด้านนโยบายการเงินระบุว่า แม้ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะช่วยฉุดราคาน้ำมันให้ลดลง และอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อ รวมถึงสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซน แต่ ECB อาจยังจำเป็นต้องดำเนินนโยบายเข้มงวดเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวในบางภาคส่วน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขณะที่ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงอย่างมาก และช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่มีต้นตอจากต้นทุนพลังงาน
อย่างไรก็ตาม วุนช์มองว่า หากเงินเฟ้อภาคบริการยังคงปรับตัวสูงขึ้น ECB อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เพื่อป้องกันความเสี่ยง แม้ว่าสุดท้ายแล้วอาจต้องปรับลดดอกเบี้ยกลับลงมาในภายหลัง เมื่อแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัว
เขาชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อภาคบริการของยูโรโซนเพิ่มขึ้นสู่ 3.5% ในเดือนพ.ค. จาก 3.0% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่น่าพอใจนักสำหรับผู้กำหนดนโยบาย
ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของ ECB อยู่ที่ 2.25% ขณะที่ตลาดการเงินคาดว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในช่วงเดือนก.ย. หรือ ต.ค. และอาจมีการปรับขึ้นเพิ่มเติมอีกหนึ่งครั้งในช่วงต้นปีหน้า
นอกจากนี้ วุนช์ยังระบุว่า หากข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์ ก็อาจช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อได้มากขึ้น และอาจนำไปสู่ภาวะน้ำมันล้นตลาดในปีหน้าอีกด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มิ.ย. 69)




