
แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ [BDMS] กล่าวว่า ในวันนี้ BDMS กำลังก้าวไปอีกขั้นจากบทบาทผู้ให้บริการทางการแพทย์ สู่การร่วมสร้างอนาคตของการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คนในระยะยาว ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และความต้องการของผู้คนที่จะมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ BDMS จึงวางรากฐานแนวคิด Preventive Medicine และ Personalized Healthcare มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ Wellness จะกลายเป็นเมกะเทรนด์ของโลกในปัจจุบัน โดยเริ่มต้นจาก RoyalLife Wellness Clinic ภายในโรงพยาบาล สู่การบุกเบิกแนวคิด Scientific Wellness ผ่าน BDMS Wellness Clinic และต่อยอดสู่ WellEra ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีในหลากหลายมิติเพื่อให้การดูแลสุขภาพไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่เป็นวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นได้จริงในทุกวัน ด้วยพื้นฐานความเชื่อที่ว่าคุณค่าที่แท้จริงของการแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การรักษาโรคเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้ผู้คนมีสุขภาพแข็งแรง ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย
BDMS เดินหน้าพัฒนาโครงการ WellEra ภายใต้งบลงทุนกว่า 2.9 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างต้นแบบ Wellness-Integrated Ecosystem แห่งใหม่ที่หลอมรวมองค์ความรู้ด้านสุขภาพ การแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้แนวคิด ‘THE DNA OF WORLD WELL-LIVING’ พื้นที่ที่จะทำให้สุขภาพที่ดีไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกที่กำลังมองหาต้นแบบการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ที่สุขภาพ คุณภาพชีวิต และการมีอายุยืนอย่างมีสุขภาวะเกิดขึ้นได้ พร้อมกัน ตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพที่สำคัญของโลก และศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพในระดับนานาชาติ ด้วยปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตและความพร้อมด้านบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐานในระดับสากล และโครงการ WellEra มีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 73
โดย WellEra ตั้งอยู่บนพื้นที่ใจกลางลุมพินี หนึ่งในทำเลศักยภาพสำคัญของกรุงเทพมหานคร ที่ผสานความเชื่อมโยงของเมือง พื้นที่สีเขียว คุณภาพชีวิต และศักยภาพที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นโครงการที่นำองค์ความรู้ด้าน Scientific Wellness และ Preventive Medicine มาหลอมรวมเข้ากับหลากหลายมิติของการใช้ชีวิต เพื่อให้การเพิ่ม Healthspan หรือช่วงชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง”
“เราเชื่อมั่นว่า โครงการ WellEra สะท้อนถึงพัฒนาการครั้งสำคัญในการก้าวจากบทบาทผู้ให้บริการทางการแพทย์ สู่การร่วมออกแบบอนาคตของการใช้ชีวิตให้กับผู้คนในระยะยาว ภายใต้รากฐานความเชื่อที่ว่าปัจจัยที่กำหนดสุขภาพของผู้คนจะไม่ได้อยู่เพียงในระบบการรักษาพยาบาล หากแต่อยู่ในทุกองค์ประกอบของการดำเนินชีวิต พร้อมกันนี้โครงการดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการต่อยอดจุดแข็งของประเทศไทยบนเวทีโลกในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน” แพทย์หญิงปรมาภรณ์ กล่าว
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส BDMS กล่าวว่า แนวคิด Wellness-Integrated Ecosystem หรือการสร้างระบบนิเวศที่ออกแบบให้สุขภาพเป็นศูนย์กลางของทุกมิติการใช้ชีวิตของ WellEra นั้นมี BDMS เป็นรากฐานของ Scientific Wellness เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ พร้อมนำหลักการดูแลสุขภาพเชิงวิทยาศาสตร์และเวชศาสตร์ป้องกันสู่การใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้การมีสุขภาพดีไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะในสถานพยาบาล แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกวันอย่างแท้จริง ผ่าน WellEra Ecosystem ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลักที่ทำงานเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกันภายใต้ระบบนิเวศเดียวกัน ได้แก่
– Branded Residence ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ ที่ผสานมาตรฐานการบริการระดับโลกเข้ากับการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาวะ
– Wellness Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งช่วยให้ผู้คนเข้าใจสุขภาพตนเอง วางแนวทางการดูแลที่เหมาะสม และสร้างพฤติกรรมที่นำไปสู่สุขภาวะที่ดีในระยะยาว
– Urban Wellness Retreat เป็นพื้นที่พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ ที่ออกแบบเพื่อการพักผ่อน ส่งเสริม สุขภาวะ และการใช้ชีวิตอย่างสมดุล
– Lifestyle Retail พื้นที่ร้านค้าและบริการสำหรับการใช้ชีวิต พบปะ และสร้างคอมมูนิตี้ที่มีคุณภาพ ซึ่งทุกองค์ประกอบล้วนได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อสนับสนุนสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการมีอายุยืนอย่างมีสุขภาวะในระยะยาว
“WellEra จะเป็นต้นแบบของโครงการสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของการพาประเทศไทยไปสู่การเป็นเมืองสุขภาพ (Wellness City) และเป้าหมายสูงสุดคือ ประเทศสุขภาพดี หรือ Wellness Country ได้ในที่สุด” นายแพทย์ตนุพล กล่าว
นอกจากนี้ BDMS ยังสร้างปรากฏการณ์ในการนำปรัชญาด้านการแพทย์มาผสมผสานเข้ากับปรัชญาการบริการระดับโลกจาก Capella ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ ในชื่อ “Capella Residences Bangkok at WellEra” ภายใต้แนวคิดที่ว่า “บ้านที่ดี ไม่ใช่แค่ที่พักอาศัย แต่คือสถานที่ที่ช่วยให้เรานอนดี, หายใจดี, จิตใจสงบ, สุขภาพแข็งแรง และอยู่ดีได้นานขึ้น” โดยเป็นโครงการที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ Capella แห่งแรกของประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำมาตรฐานการบริการระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว, ความพิถีพิถัน และการดูแลแบบเฉพาะบุคคล มาหลอมรวมเข้ากับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกรายละเอียด
นางสาวฐิติพร หนูคง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ กรรมการผู้จัดการบริษัท บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์ บริษัทในเครือ BDMS กล่าวว่า WellEra เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของผู้ชำนาญการจากหลากหลายสาขาทั่วโลก ทั้งด้านการแพทย์ เวลเนส สถาปัตยกรรม วิศวกรรม การบริการ และการพัฒนาเมือง เพื่อแปลงวิสัยทัศน์ด้านสุขภาวะให้เกิดขึ้นจริงในรูปแบบของ Future Wellness Living Ecosystem ซึ่งทุกองค์ประกอบของโครงการได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงการอยู่อาศัย การดูแลสุขภาพ การพักผ่อน และการใช้ชีวิตประจำวันเข้าไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และทำให้สุขภาวะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ
โดยโครงการ WellEra มีพื้นที่โครงการรวมกว่า 2 ล้าน square feet หรือกว่า 2 แสนตารางเมตร ประกอบด้วย Branded Residence ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพที่ผสานมาตรฐานการบริการระดับโลกเข้ากับการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาวะ ภายใต้แบรนด์ Capella พันธมิตรระดับโลก จำนวน 45 ชั้น 262 ยูนิต Wellness Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน Urban Wellness Retreat พื้นที่พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ จำนวน 20 ชั้น 168 ห้องพัก Lifestyle Retail พื้นที่ร้านค้าและบริการสำหรับการใช้ชีวิต ทั้งนี้ พื้นที่โครงการได้รับการจัดสรรเพื่อรองรับการใช้ชีวิตและกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาวะ ทั้งพื้นที่สีเขียว พื้นที่สาธารณะ และพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบเพื่อการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้คน
อีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญของโครงการคือแนวคิด “Smile Building” ซึ่งพัฒนาขึ้นจากความเชื่อว่าอาคารที่ดีไม่ได้วัดจากความสวยงามหรือความสูงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้คนที่ใช้งานในทุกวัน ผ่านการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกปลอดภัย ความสบายใจ การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ และการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เปรียบเสมือน ‘รอยยิ้ม’ ที่ส่งต่อความรู้สึกที่ดีตั้งแต่แรกพบ โดยร่วมพัฒนากับ KPF (Kohn Pedersen Fox) บริษัทสถาปนิกชั้นนำจากนิวยอร์กผู้ออกแบบ Hudson Yards, Lotte World Tower ในกรุงโซล และอาคารสัญลักษณ์กว่า 300 แห่งใน 40 ประเทศทั่วโลก โดย KPF นำมาตรฐานการออกแบบระดับสากลมาผสานกับเสน่ห์ของ Thai Hospitality และบริบทของเมืองกรุงเทพฯ เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สะท้อนทั้งความเป็นสากลและอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างกลมกลืน พร้อมยกระดับ WellEra ให้เป็นต้นแบบของการพัฒนา Wellness Living แห่งอนาคต
นอกจากนี้ทุกพื้นที่ภายในโครงการได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงสุขภาวะของผู้ใช้งานผ่าน “Smile Curve of Daily Life” ที่มุ่งออกแบบจังหวะการใช้ชีวิตให้เกิดความสมดุลในทุกวัน ตั้งแต่การเคลื่อนไหว การพักผ่อน การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน พร้อมผสานแนวคิดการออกแบบที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติ (Biophilic Design) เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทั้งทางร่างกายและจิตใจ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉงในเมือง ผ่านพื้นที่สีเขียว เส้นทางสัญจร และสะพานเชื่อมต่อสู่สวนลุมพินีเพื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติและขยายประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีสู่พื้นที่สาธารณะของเมือง พร้อมให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุและเทคโนโลยีที่ส่งเสริมทั้งสุขภาวะและความยั่งยืน อาทิ คอนกรีตคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Concrete) วัสดุที่มีการปล่อยสารระเหยต่ำ (Low VOC และ Non-VOC) ระบบเติมอากาศใหม่ และระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวอย่างแท้จริง
“WellEra ไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นเพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ แต่คือระบบชีวิตรูปแบบใหม่ที่เชื่อม Healthcare, Wellness, Hospitality และ Urban Living เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของผู้คน พร้อมสนับสนุนบทบาทของกรุงเทพมหานครและประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาวะระดับโลก” นางสาวฐิติพร กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มิ.ย. 69)




