ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.84 อ่อนค่าสอดคล้องภูมิภาค คาดกรอบต้นสัปดาห์หน้า 32.70-33.00 จับตาประชุมกนง.

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.84 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจาก ช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.78 บาท/ดอลลาร์

ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.76-32.94 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทอ่อนค่าตามสกุลเงินอื่นในภูมิภาค เนื่อง จากตลาดมองว่ามีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ประกอบกับมีข่าวล่าสุดว่า พิธีลงนามในข้อตกลงเจรจาสันติภาพ ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ที่สวิตเซอร์แลนด์ มีเหตุต้องยกเลิกไปจากกำหนดการเดิมที่จะมีขึ้นในวันนี้

“วันนี้เงินบาทอ่อนค่าตามทิศทางภูมิภาค ขณะที่เงินเยน อ่อนค่าไปมากสุด เรียกว่าใกล้เคียงกับที่เคยอ่อนค่าในรอบเกือบ 40 ปี (เมื่อ ก.ค.67 เงินเยน อ่อนค่าสุดในรอบ 39 ปี โดยอยู่ที่ระดับ 161.81 เยน/ดอลลาร์) ” นักบริหารเงิน ระบุ

ส่วนสัปดาห์หน้า ปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจ คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งตลาดคาดว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมที่ 1%

นักบริหารเงิน คาดว่า ต้นสัปดาห์หน้าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.70 – 33.00 บาท/ดอลลาร์

 

ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 161.26 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 161.13 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1460 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1460 ดอลลาร์/ยูโร

– ดัชนี SET ปิดที่ 1,572.50 จุด ลดลง 12.56 จุด (-0.79%) มูลค่าซื้อขาย 68,931.29 ล้านบาท

– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 3,630.50 ล้านบาท

– ตลาดการเงิน และหน่วยงานราชการสหรัฐฯ ปิดทำการ เนื่องในวันจูนทีนธ์ (Juneteenth)

– สวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับผู้แทนเจรจาของอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงยุติความขัดแย้งใน ตะวันออกกลางจะไม่มีขึ้นในวันนี้ (19 มิ.ย.) ขณะที่ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ยกเลิกแผนการเดินทางไปยังนครเจนีวา ซึ่งยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนว่า ทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงถาวรได้หรือไม่

– หนึ่งในกรรมการของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ECB อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ได้เร็วที่สุด ในเดือนหน้า หากพบหลักฐานเพิ่มเติมว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในยูโรโซน เริ่มขยายตัวจากภาคพลังงานไปยังภาคส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะ ภาคบริการ

– Citi ระบุว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวลงในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า และอาจเคลื่อนไหวลงไปอยู่ที่ระดับ 60-65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลภายในไตรมาส 1/2570 โดยได้รับแรงกดดันจากการฟื้นตัวของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังการลง นามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้ง

– รมว.คลังญี่ปุ่น ระบุว่า ญี่ปุ่นจะดำเนินมาตรการที่ “เด็ดขาด” หากพบว่ามีความเคลื่อนไหวเพื่อเก็งกำไรในตลาดปริวรรต เงินตรา โดยคำเตือนดังกล่าว มีขึ้นหลังจากเงินเยนอ่อนค่าลงสู่กรอบบนของระดับ 161 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับต่ำสุด ในรอบกว่า 39 ปี

– ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (core CPI) ของญี่ปุ่นในเดือนพ.ค.ปรับตัวขึ้น 1.4% เมื่อเทียบรายปี เนื่องจากมาตรการอุด หนุนราคาน้ำมันเบนซินของรัฐบาล ได้ช่วยจำกัดการปรับตัวขึ้นของเงินเฟ้อ

– สัปดาห์หน้า สหรัฐฯ มีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์จาก ADP, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต และภาคบริการขั้นต้นเดือนมิ.ย., ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 1/2569, ยอดขายบ้าน ใหม่เดือนพ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนพ.ค., ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2569 เป็นต้น

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มิ.ย. 69)

ข่าวล่าสุด