นายกฯ ชู Thailand FastPass แก้อุปสรรค ปลดล็อกลงทุน วางเป้าดึงเม็ดเงินลงทุน 7 แสนลบ.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิด Thailand FastPass เพื่อเร่งรัดการลงทุน โดยระบุว่า ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและการลงทุนสามารถเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ความล่าช้าได้กลายเป็นต้นทุนที่เกิดจากการสูญเสียโอกาส โดยทุกวันที่โครงการลงทุนต้องรอคอย หมายถึงการจ้างงานที่ยังไม่เกิดขึ้น รายได้ที่ยังไม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และโอกาสในการพัฒนาที่อาจเกิดขึ้นในประเทศอื่นแทน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งปรับบทบาทการทำงานของภาครัฐจากการเป็นเพียงผู้กำกับดูแล ไปสู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวก บนพื้นฐานของความไว้วางใจและความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินโครงการต่าง ๆ สามารถบรรลุผลสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ (Ease of Doing Business) ในประเทศไทย ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการลดเอกสารหรือขั้นตอนเท่านั้น แต่หมายถึงการทำให้ภาครัฐสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถตอบสนองความต้องการของภาคส่วนต่าง ๆ ได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นี่คือการยกระดับการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ รัฐบาลนี้ไม่ใช่แค่ลดภาระขั้นตอนทางเอกสาร แต่ต้องไปถึงจุดที่ทำให้เกิด One Stop Service ได้ด้วยความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้ตนมีหน้าที่กำกับดูแลมอบนโยบายให้ความรับผิดชอบต่อทุกหน่วยงาน

สำหรับโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจาก 8 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมศุลกากร สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

นอกจากนี้ Thailand FastPass ยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยอยู่ระหว่างกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพภาครัฐ คุณภาพของกฎระเบียบ ความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นายอนุทิน กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ต้องขอบคุณนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ที่กำกับดูแลบีโอไอ ตอบสนองนโยบายที่ตนได้มอบไว้อย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อเกิดการลงทุนด้วยความรวดเร็วของโครงการ Thailand Fastpass เม็ดเงินที่เข้ามา จำนวนรายได้ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ จีดีพี ตลอดจนการจ้างแรงงาน ภาษีที่รัฐบาลได้ ก็จะทำให้ประเทศไทยได้รับโอกาสดีๆ เพิ่มศักยภาพขึ้นไป นี่คือการจุดประกาย สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศอีกครั้ง

“เราพร้อมที่จะทำให้นักลงทุนมั่นใจว่าหากสินค้าท่านดี มีการบริหารจัดการดี นี่คือโอกาสทองของเอกชน ที่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโต สร้างการมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในประเทศ และเมื่อลงทุนก็จะมี multiply effect มีการจ้างงาน มีการขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ นี่คือความตั้งใจของรัฐบาลชุดนี้ที่จะทำให้เกิดขึ้น ในวาระที่ได้รับโอกาสจากประชาชนให้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน” นายอนุทิน กล่าว

นายกรัฐมนตรี ให้ความมั่นใจว่า ส่วนเรื่องความมั่นคงต่างๆ ไม่มีใครทำร้ายประเทศไทยได้ ไม่มีใครคุกคาม รุกราน ทำให้ไฟฟ้าดับลง น้ำไม่ไหล หรือทำให้น้ำมัน-แก๊สขาดแคลนจากประเทศนี้ได้ ดังนั้นเรื่องปัจจัยการผลิต รัฐบาลนี้ให้คำยืนยันว่ามีความมั่นคงในเรื่องของซัพพลาย แหล่งพลังงาน และปัจจัยต่างๆที่จะทำให้การผลิตมีความราบรื่น มีประสิทธิภาพ

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า เสถียรภาพรัฐบาลช่วยสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้มาประกอบกิจการและเข้ามาลงทุนในไทย เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องมีเสถียรภาพ และเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ระบบไฟฟ้า น้ำประปา พลังงานต่างๆให้เกิดความสะดวกมากที่สุด จะได้เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานการผลิต

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เรามีระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ที่ตนกำกับดูแลด้วยตัวเอง และจะทำงานควบคู่กับบีโอไอ ซึ่งจะมีการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับธุรกิจ 23 รายที่เข้าร่วมโครงการ Thailand FastPass ไม่ได้เป็นธุรกิจที่ใช้แรงงานถูกในประเทศไทย หรือ มาใช้สิทธิประโยชน์ของบีโอไอ แต่อุตสาหกรรมที่เข้ามาเป็นอุตสาหกรรมที่นำถ่ายทอดเทคโนโลยี และกระบวนการเคล็ดลับในกระบวนการผลิตต่างๆ เช่น ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ เครื่องบิน Airbus เป็นต้น หรือเรื่องการสื่อสารที่ทันสมัย

*”เอกนิติ” ชู Thailand Fast Pass เร่งเครื่องปีแห่งการลงทุน

นายเอกนิติ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยได้ประกาศให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุน เพื่อใช้การลงทุนเป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงเกือบ 700,000 ล้านบาทในปีนี้ ผ่านกลไก BOI Fast Pass และ Thailand FastPass เพื่อเปลี่ยนยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนให้เกิดเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริง

กลไก Thailand FastPass จะมีส่วนสำคัญในการช่วยลดขั้นตอนในการอนุมัติการลงทุนผ่านบีโอไอแต่ละส่วนลงได้ประมาณ 25-50% อาทิ การขอประปา-ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้การลงทุนเดินหน้าได้เร็วขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในปี 2569 ที่จะสนับสนุนให้เป็นปีแห่งการลงทุน จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตด้วยการใช้การลงทุนเป็นตัวนำ โดยจะส่งผลดีใน 5 มิติหลัก ได้แก่

1.การสร้างการเติบโตที่นำด้วยการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว

2.การสร้างงานและอาชีพใหม่ในกลุ่มวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี

3.การถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะสมัยใหม่เพื่อเพิ่มรายได้ให้แรงงานไทย

4.การเปิดโอกาสให้ SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทข้ามชาติ

5.การกระตุ้นให้เกิดเงินหมุนเวียนในภาคธุรกิจท้องถิ่นมากขึ้น

“ในปี 2569 คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนผ่านการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ราว 7-8 แสนล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะมีส่วนช่วยสนันบสนุนการเติบโตของจีดีพี โดยจากแบบจำลอง พบว่า เม็ดเงินทุก ๆ 1 แสนล้านบาท จะช่วยกระตุ้นจีดีพีได้ราว 0.3-0.4% และมองว่า Thailand FastPass จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” นายเอกนิติ ระบุ

ทั้งนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายภายใน 4 ปี (ปี 2573) ที่จะผลักดันให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยติด TOP 20 ของโลก และจะช่วยทำให้ศักยภาพเศรษฐกิจของไทยเติบโตได้เกิน 3% จากปัจจุบัน 2.7%

“Thailand FastPass จะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก ซึ่งคิดว่าปีนี้ เราน่าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนได้เยอะ และกลไกนี้ จะเหมือนเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นก 5 ตัว คือ กระตุ้นเศรษฐกิจ ยกระดับทักษะคนไทยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผ่านการดึงเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามา โดยจะเชื่อมต่อกับ SMEs และผู้ประกอบการในประเทศ เหมือนอุตสาหกรรมรถยนต์ในอดีต ปี 1980 ที่เข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งสามารถดึงซัพพลายเชนต่าง ๆ เข้ามา ก็จะเป็นการช่วยกระตุ้นเอสเอ็มอีไทยด้วย ทำให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ และทำให้เกิดการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่จะเป็นตัวทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างมีศักยภาพ” รองนายกฯ และ รมว.คลัง ระบุ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มิ.ย. 69)