ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสานในวันนี้ (24 มิ.ย.) โดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้นจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงประเมินว่าการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มดังกล่าวจะเป็นปัจจัยหนุนบรรยากาศการซื้อขายได้มากเพียงใด หลังจากหุ้นเทคโนโลยีในตลาดวอลล์สตรีทถูกเทขายออกมาอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดแรงขายลุกลามเป็นวงกว้างในตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวานนี้ (23 มิ.ย.)
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 69,615.08 จุด ลดลง 173.30 จุด หรือ -0.25%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดตลาดที่ระดับ 23,420.70 จุด เพิ่มขึ้น 84.42 จุด หรือ +0.36% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,090.10 จุด ลดลง 16.15 จุด หรือ -0.39%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้นกว่า 3% โดยได้แรงหนุนจากหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง SK hynix ที่ดีดตัวขึ้น 2.7% และหุ้น Samsung Electronics พุ่งขึ้นกว่า 8% ขณะที่ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียขยับขึ้น 0.1%
ราคาน้ำมันปรับตัวลงเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์การสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนส.ค. ปรับตัวลง 0.45% แตะที่ 76.73 ดอลลาร์/บาร์เรล และสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนส.ค. ปรับตัวลง 0.48% แตะที่ 72.86 ดอลลาร์/บาร์เรล
หนังสือพิมพ์ Le Monde ของฝรั่งเศส รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจาก Kpler ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์การขนส่งทางทะเล ระบุว่า เรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้อย 36 ลำ ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวานนี้ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
รายงานระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของปริมาณการเดินเรือในภาวะปกติของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งโดยเฉลี่ยมีเรือแล่นผ่านราว 120 ลำต่อวัน
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก โดยในช่วงก่อนเกิดสงคราม น้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มากกว่า 1 ใน 5 ของปริมาณการค้าทั่วโลกถูกขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าว นอกจากนี้ ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งธัญพืชและสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าสู่ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 69)





