
บริษัท MSCI ผู้จัดทำดัชนีหลักทรัพย์ระดับโลก ประกาศขยายเวลาในการพิจารณาทบทวนสถานะของประเทศอินโดนีเซียในฐานะ “ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) ออกไปจนถึงเดือนพ.ย. เตือนอาจจำเป็นต้องปรับลดชั้นลงสู่ “ตลาดชายขอบ” (Frontier Market) หากปรากฏว่าความคืบหน้าในการปรับปรุงกลไกตลาดยังไม่เพียงพอ
การขยายเวลาทบทวนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของเหล่านักลงทุนสถาบันระหว่างประเทศที่มีต่อความไม่โปร่งใสในตลาดอินโดนีเซียเกี่ยวกับโครงสร้างการถือหุ้นและพฤติกรรมการซื้อขายที่เข้าข่ายน่าสงสัย ปัญหาเหล่านี้กระทบกระเทือนโดยตรงต่อการไหลเวียนของข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานของตลาด ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญภายใต้กรอบความสามารถในการเข้าถึงตลาด (Market Accessibility Framework) ของ MSCI จนทำให้นักลงทุนทั่วโลกพากันวิตกถึง “ความน่าลงทุน” ของตลาดทุนอินโดนีเซีย
เหตุการณ์นี้ดำเนินต่อเนื่องมาจากเมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ MSCI ได้ระงับการนำหุ้นของอินโดนีเซียเข้าร่วมคำนวณในดัชนี และได้ส่งสัญญาณเตือนถึงการลดสถานะสู่ระดับ “ตลาดชายขอบ” ด้วยเหตุที่ตลาดขาดความโปร่งใส ข้อมูลผู้ถือหุ้นมีความคลุมเครือ ทำให้ยากแก่นักลงทุนที่จะประเมินสัดส่วนหุ้นหมุนเวียน (Free Float) ของบริษัทจดทะเบียน อีกทั้งข้อมูลการซื้อขายไม่น่าเชื่อถือ ส่งผลให้สินทรัพย์ของอินโดนีเซียตกอยู่ในภาวะง่อนแง่นเรื่อยมา
อย่างไรก็ดี ในรายงานฉบับล่าสุดนี้ MSCI ยอมรับถึงความพยายามในการปฏิรูปเกณฑ์ความโปร่งใส ซึ่งประกาศโดยหน่วยงานกำกับดูแลของอินโดนีเซีย ได้แก่ คณะกรรมการกำกับดูแลภาคบริการทางการเงิน (OJK), ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX) และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์แห่งอินโดนีเซีย (KSEI)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 69)





