
ผลสำรวจระดับโลกพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจเฉลี่ย 76% ไม่เชื่อมั่นในความเป็นผู้นำด้านกิจการระหว่างประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อีกทั้งคะแนนความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ยังติดลบในหลายประเทศยุโรปและเอเชียด้วย
สถาบันวิจัย Pew Research Center ได้ทำการสำรวจผู้ใหญ่ประมาณ 42,000 คน ใน 35 ประเทศ รวมถึงเขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก แต่ไม่รวมสหรัฐฯ โดยจัดทำระหว่างวันที่ 8 ก.พ. ถึง 13 พ.ค. และเผยแพร่ในวันอังคารที่ผ่านมา (23 มิ.ย.)
ผลสำรวจพบว่า มีเพียง 5 ประเทศเท่านั้นที่ประชาชนส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกต่อทรัมป์ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อิสราเอล ไนจีเรีย เคนยา และกานา โดยผู้ตอบแบบสำรวจในฟิลิปปินส์มีความเชื่อมั่นต่อทรัมป์สูงสุดที่ระดับ 68% รองลงมาคืออิสราเอลที่ 66%
ในทางตรงกันข้าม เขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออกมีความเชื่อมั่นต่อทรัมป์ต่ำสุดที่ 4%, ตุรกี 6%, สวีเดน 11%, เม็กซิโก 11%, ปากีสถาน 12% และมาเลเซีย 13%
ผลสำรวจยังพบว่า มุมมองที่ว่าสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือมากหรือค่อนข้างน่าเชื่อถือนั้น ลดลงอย่างมากในประเทศส่วนใหญ่ รวมถึงประเทศพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับปี 2565 ในช่วงที่โจ ไบเดน ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ตัวอย่างเช่น แคนาดาลดลงจาก 83% เหลือ 35%, เยอรมนีลดลงจาก 83% เหลือ 39%, ญี่ปุ่นลดลงจาก 76% เหลือ 59%, มาเลเซียลดลงจาก 43% เหลือ 19% และเกาหลีใต้ลดลงจาก 83% เหลือ 57%
นอกจากนี้ ในบรรดาผู้นำต่างประเทศ 5 คนที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ แทบทุกคนได้รับคะแนนความเชื่อมั่นสูงกว่าทรัมป์ ได้แก่ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน, สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยกเว้นเพียง เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่ได้รับคะแนนความเชื่อมั่นต่ำกว่าทรัมป์ โดยเฉลี่ยแล้ว มีผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 18% เท่านั้นที่เชื่อมั่นในเนทันยาฮู ทั้งนี้ไม่รวมผู้ตอบแบบสำรวจในอิสราเอล
เมื่อพิจารณาทัศนคติต่อสหรัฐฯ พบว่า ความคิดเห็นส่วนใหญ่ในยุโรปและเอเชียแปซิฟิกเป็นไปในทางลบ โดยในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิกที่ทำการสำรวจ ปากีสถานมีสัดส่วนผู้มีทัศนคติเชิงลบต่อสหรัฐฯ สูงสุดที่ 81%, มาเลเซีย 80%, ออสเตรเลีย 76% และอินโดนีเซีย 70% ส่วนญี่ปุ่นมีทัศนคติเชิงบวกและเชิงลบเท่ากันที่ 50% ต่อ 50%
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 69)





