ทรัมป์ดันค่ายรถสหรัฐฯ เบนเข็มผลิตขีปนาวุธ-ยุทโธปกรณ์ เสริมความพร้อมทางทหาร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ (ภาพ: thaigov.go.th)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของสหรัฐฯ อาจเริ่มหันมาผลิตขีปนาวุธและอาวุธยุทโธปกรณ์อื่น ๆ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ เร่งขยายกำลังการผลิตด้านกลาโหมและเติมคลังอาวุธของประเทศ

ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ (22 มิ.ย.) ว่า บริษัทรถยนต์ที่มีกำลังการผลิตของโรงงานเหลืออยู่ กำลังเจรจาข้อตกลงเพื่อปรับโรงงานมาผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) และขีปนาวุธโทมาฮอว์ก (Tomahawk) เป็นต้น

ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลกำลังหารือกับเจนเนอรัล มอเตอร์ส (General Motors) และฟอร์ด (Ford) พร้อมระบุว่า เขาทราบว่าเจนเนอรัล มอเตอร์ส มีความสนใจอย่างมากที่จะเข้ามาผลิตอาวุธ และคาดว่า โรงงานบางแห่งของผู้ผลิตรถยนต์ทั้งสองรายจะถูกปรับสายการผลิตมาเป็นการผลิตด้านกลาโหม โดยมองว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อขยายการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์

ทรัมป์เปิดเผยเรื่องนี้หลังจากที่วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานเมื่อเดือนเม.ย.ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ติดต่อเพื่อหารือกับบริษัทหลายแห่ง เช่น เจนเนอรัล มอเตอร์ส, ฟอร์ด, จีอี แอโรสเปซ (GE Aerospace) และออชคอช (Oshkosh) เพื่อปรับโรงงานที่เดิมผลิตสินค้าพลเรือนให้มาผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร

รายงานระบุว่า การหารือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันให้อุตสาหกรรมสหรัฐฯ เข้าสู่ “ภาวะพร้อมสำหรับสงคราม” ตามคำเรียกของ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งคล้ายกับการปรับโรงงานต่าง ๆ ในเมืองดีทรอยต์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากการผลิตสินค้าพลเรือนไปเป็นการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์

ความพยายามดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานะของคลังอาวุธสหรัฐฯ หลังจากสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนด้านอาวุธแก่ยูเครนนานหลายปีในช่วงรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน นอกจากนั้นยังใช้ขีปนาวุธจำนวนมากในการทำสงครามกับอิหร่านล่าสุด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 69)