ทองสปอต-ฟิวเจอร์ร่วงต่อ เฉียด $4,000 เหตุดอลลาร์แข็งค่า-เก็งเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องในวันนี้ (24 มิ.ย.) เข้าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ และเป็นระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังนักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งลดความน่าสนใจของทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ณ เวลา 10.55 น. ตามเวลาไทย ราคาทองคำในตลาดสปอตลดลง 1.2% สู่ระดับ 4,062.72 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ ร่วงลง 1.7% สู่ระดับ 4,079.87 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยราคาทองคำปรับตัวลงในการซื้อขาย 5 จาก 6 วันล่าสุด และลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3

แรงกดดันสำคัญมาจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือน หลังตลาดมองว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดในเดือนก.ค. และอาจปรับขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น ขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ

หลังการประชุมนโยบายการเงินเมื่อสัปดาห์ที่แล้วและการส่งสัญญาณในเชิงเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่เฟด นักลงทุนมองว่ามีโอกาสสูงขึ้นอย่างมากที่เฟดจะคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไปในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยตลาดให้น้ำหนักราว 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนก.ย. และคาดว่าเฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.

นักวิเคราะห์ของ ING ระบุว่า การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐและความคาดหวังที่ว่าเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน ได้ลดทอนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีอยู่ก็ตาม

นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานในตะวันออกกลางที่เริ่มผ่อนคลายลง โดยนักลงทุนกำลังติดตามความคืบหน้าในความพยายามทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังทั้งสองฝ่ายส่งสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับการดำเนินกรอบข้อตกลงสันติภาพในวงกว้าง ซึ่งอาจช่วยให้การขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามอีกหลายด้าน ทั้งเรื่องการตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์และการเข้าถึงเงินทุนอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ในระยะใกล้ ราคาทองคำจะยังเคลื่อนไหวตามการคาดการณ์เกี่ยวกับนโยบายของเฟดเป็นหลัก และอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นและดอลลาร์ที่แข็งค่า

ขณะนี้นักลงทุนกำลังรอการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีนี้ (25 มิ.ย.) เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟดในระยะต่อไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 69)