IMF เผยราคาน้ำมัน-สินค้าโภคภัณฑ์ร่วงรับดีลสันติภาพอิหร่าน แต่ต้องใช้เวลาก่อนสู่ระดับปกติ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ได้ปรับตัวลดลงนับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าที่ราคาและการไหลเวียนด้านการค้าในอ่าวเปอร์เซียจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

จูลี โคแซก โฆษกของ IMF เปิดเผยว่า ในการอัปเดตรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ครั้งต่อไปในวันที่ 8 ก.ค.นี้ ทาง IMF จะตัดสินใจว่าจะยังคงใช้สถานการณ์จำลองการเติบโตทางเศรษฐกิจ 3 รูปแบบที่เคยนำเสนอไปเมื่อเดือนเม.ย.หรือไม่ โดยรายงานดังกล่าวอิงจากผลลัพธ์ของสงครามอิหร่าน

โฆษก IMF กล่าวว่า การที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนั้น ทำให้การประมาณการทิศทางเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงจาก “การคาดการณ์อ้างอิง” (reference forecast) ซึ่งเป็นสมมติฐานที่ว่าความขัดแย้งจะสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วนั้น ไปเป็น “สถานการณ์เชิงลบ” (adverse scenario) ที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตที่ระดับ 2.5% ในปี 2569

ทั้งนี้ เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา IMF ได้เผยแพร่แบบจำลองสถานการณ์การเติบโตของ GDP โลกในปี 2569 และ 2570 ไว้ 3 รูปแบบด้วยกัน ซึ่งได้แก่ “การคาดการณ์อ้างอิง” (reference forecast), “สถานการณ์เชิงลบ” (adverse scenario) และ “สถานการณ์ขั้นเลวร้ายรุนแรง” (severe scenario)

ภายใต้แบบจำลองสถานการณ์เชิงลบนั้น การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงเหลือ 2.5% ในปี 2569 ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นเป็น 5.4%

ขณะที่การคาดการณ์อ้างอิง ซึ่งสมมติว่าความขัดแย้งจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นนั้น IMF ได้คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกไว้ที่ 3.1% และอัตราเงินเฟ้อที่ 4.4% ส่วนแบบจำลองสถานการณ์ขั้นเลวร้ายรุนแรงนั้น คาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะอยู่ที่เพียง 2% และอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นถึง 5.8%

การที่สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากทำสงครามในช่วงปลายเดือนก.พ. ทำให้คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการของ IMF ได้ออกมาเตือนว่า เศรษฐกิจโลกอาจจะเผชิญกับ “ผลลัพธ์ที่เลวร้ายมาก” หากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อไปจนถึงปี 2570 เนื่องจากสงครามอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับประมาณ 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

“เราจะได้เห็นอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และหลังจากนั้นการคาดการณ์เงินเฟ้อจะเริ่มหลุดไปจากกรอบที่วางไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” กอร์เกียวากล่าวในการประชุมซึ่งจัดโดยสถาบันมิลเคน (Milken Institute) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 4 พ.ค.

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มิ.ย. 69)