
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ที่มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังเป็นประธานว่า ที่ประชุมได้สั่งการให้ทบทวนข้อมูลทุกมิติให้เป็นปัจจุบัน โดยกำหนดการศึกษาอยู่ในกรอบเวลาการทำงาน 90 วัน โดยมีประเด็นสำคัญทางเศรษฐศาสตร์ที่ต้องกลับไปศึกษาเพิ่มเติมและนำกลับมาพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้งในการประชุมวันที่ 3 ก.ค.นี้ ได้แก่
- ความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ (Commercial Viability) โดยใช้การประเมินปริมาณสินค้าที่คาดว่าจะเข้ามาใช้บริการจริง
- การประเมินต้นทุนและประสิทธิภาพโลจิสติกส์ โดยเน้นที่การเปรียบเทียบต้นทุนและระยะเวลาที่ประหยัดได้เมื่อเทียบกับเส้นทางเดิม
- ความสามารถด้านศักยภาพในการดึงดูดสายการเดินเรือขนาดใหญ่ และประสิทธิภาพในการถ่ายลำสินค้า (Transshipment) ระหว่างเรือขึ้นรถไฟไปยังอีกฝั่งทะเล
นอกเหนือจากความคุ้มค่าภายในประเทศแล้ว ยังต้องพิจารณาด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่คณะกรรมการฯ นำมาประเมินความเสี่ยง ทั้งในแง่แนวโน้มการค้าโลก ภาวะการชะลอตัวของการขนส่งสินค้า และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อประเทศไทย
สำหรับในด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESG) คณะอนุกรรมการฯ ได้หารือร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ครอบคลุมผลกระทบจากการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ รถไฟ และท่าเรือน้ำลึกที่จังหวัดระนอง โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นตะกอนจากการขุดลอกร่องน้ำ การสูญเสียพื้นที่ป่า และผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับฐานราก ทั้งอาชีพและรายได้ของประชาชนในพื้นที่
ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการรวบรัดโครงการนั้นไม่เป็นความจริง นายดนุชา ระบุว่า ภาครัฐเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและผู้แทนประชาชนร่วมสังเกตการณ์ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อความโปร่งใสสูงสุด
ส่วนข้อเรียกร้องให้ทบทวนร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) คณะกรรมการฯ กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อดีข้อเสียทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา
“หากผลการศึกษาชี้ชัดว่าโครงการมีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ จึงจะก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณารูปแบบการลงทุนและขนาดของโครงการ ส่วนประเด็นการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ (FDI) ยังเป็นกระบวนการในระยะถัดไป ไม่ใช่สิ่งที่กำลังพิจารณาในขณะนี้” นายดนุชา กล่าว
นายดนุชา คาดว่า จะสามารถสรุปผลการศึกษาทั้งหมดได้ในช่วงเดือนส.ค.นี้ ก่อนเสนอรายงานฉบับสมบูรณ์ต่อนายกรัฐมนตรี โดยในระหว่างนี้จะยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขหรือผลประเมินเชิงลึก เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนในการตีความข้อมูลที่ยังไม่สิ้นสุด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มิ.ย. 69)




