SIRI กวาดยอดขาย H1/69 ทะลุเป้า 2.55 หมื่นลบ. ตุน Backlog 2.7 หมื่นลบ.ลุยขึ้น Wellness Community

นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บมจ.แสนสิริ [SIRI] เปิดเผยว่า แสนสิริยังคงรักษาเสถียรภาพและการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งตามแผนงานที่วางไว้ โดยในครึ่งปีแรก (สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569) สามารถทำยอดขายรวมได้สูงถึง 25,500 ล้านบาท คิดเป็น 53% ของเป้าทั้งปี (48,000 ล้านบาท) ทะลุเป้าหมายครึ่งปีแรก สะท้อนชัดถึงความไว้วางใจสูงสุดของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์แสนสิริ รวมถึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุนที่มีต่อการออกหุ้นกู้ของบริษัทตลอดช่วงที่ผ่านมา

สำหรับครึ่งปีหลัง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกจะยังมีความท้าทาย โดยมองว่ามาตรการกระตุ้นจากภาครัฐและทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปลดล็อกกำลังซื้อ ทั้งกลุ่มที่อยู่อาศัยจริง (Real Demand) และกลุ่มนักลงทุน

ซึ่งความพร้อมของแสนสิริที่มีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทุกเซกเมนต์จะสามารถตอบรับการฟื้นตัวของตลาดรอบนี้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการบริหารจัดการยอดขายรอโอน (Backlog) ในมือที่แข็งแกร่งกว่า 27,000 ล้านบาทซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ทันทีกว่า 40% หนุนรายได้ครึ่งปีหลังโตก้าวกระโดด

ในครึ่งปีแรก แสนสิริสร้างปรากฏการณ์ Sold Out ไปแล้วถึง 12 โครงการ มูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท (เช่น บูก้าน กรุงเทพกรีฑา, บุราสิริ พระราม 2, สราญสิริ เกาะแก้ว รีทรีต, เดอะ ไลน์ ไวบ์, เอ็กซ์ที พญาไท) และมียอดจ่อคิวปิดการขายอีก 8 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท

ทางด้านแนวสูง จากกลยุทธ์การส่งมอบโครงการพร้อมอยู่ในกลุ่ม Premium เพื่อตอบรับเรียลดีมานด์ที่ต้องการโปรดักส์คุณภาพระดับสูง ควบคู่กับการเปิดแบรนด์ใหมและนำแบรนด์ที่มีภาพจำแข็งแกร่งกลับมาสร้างความสำเร็จอีกครั้ง พร้อมกับเดินหน้ากลยุทธ์การร่วมทุนกับพันธมิตรระดับโลกที่มีศักยภาพ ส่งผลให้ครึ่งปีแรกประสบความสำเร็จอย่างสูง สะท้อนจากกระแสไวรัลที่ลูกค้าแห่ต่อคิวจองคอนโดฯ ล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ประเดิมด้วยเลิฟ เจริญนคร (LOVE Charoen Nakhon) และถัดมาคือเอ็กซ์ที เทน เอกมัย (XT 10 Ekkamai) นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมเปิดใหม่ล่าสุดในเดือนมิถุนายนคือดีคอนโด วีเต (dcondo vite) พัทยา (โปรเจกต์ที่ 3 ในย่าน) กวาดยอดขายสูงถึง 90% หลังเปิดตัวเพียงไม่กี่วัน ด้วยราคาที่คุ้มค่าที่สุดในทำเล (เริ่มต้น 1.79 ล้านบาท) และเวย์ พระราม 9 (Vay Rama 9) คอนโดใหม่พร้อมอยู่เน้นกลุ่มเรียลดีมานด์พร้อมโอนทันที

นอกจากนี้กลุ่ม Rare Asset คอนโดพร้อมอยู่ใจกลางเมืองอย่าง เวีย 34 (Via 34) และ เวีย 61 (Via 61) มียอดโอนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พอร์ต Strategic Location เริ่มต้นด้วยภูเก็ตอย่าง เดอะ เบส เชิงทะเล (THE BASE Cherngtalay) ยอดขายพุ่งแตะ 90% ถัดมาที่เดอะ เบส ศรีจันทร์ –ขอนแก่น (THE BASE Srichan Khonkaen) รวมถึงโซนเชียงใหม่ และ EEC (พัทยา-บางแสน) ที่สร้าง Rental Yield ในระดับสูงดึงดูดนักลงทุนปล่อยเช่าและชาวต่างชาติได้ดี

ด้านแนวราบอย่างแบรนด์อณาสิริ (Anasiri) ระดับราคา 3 – 7 ล้านบาท ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้อย่างตรงจุด กวาดยอดขายรวมกว่า 350 ยูนิต โดยเฉพาะ 2 โครงการใหม่ อณาสิริ พระราม 5 – สิรินธร (Anasiri Rama 5– Sirindhorn) และ อณาสิริ ศรีนครินทร์ – แพรกษา 2 (Anasiri Srinakarin – Phraeksa 2) ปิดการขายเฟสแรกทันทีภายใน 2 วัน กวาดยอดไปทะลุ 400 ล้านบาท เช่นเดียวกับโครงการเศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ ที่ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมจนปิดเฟสแรกได้ในรอบพรีเซล ส่วน Sansiri Luxury

Collection อย่างนาราสิริที่โชว์ฟอร์มปิดการขายเฟสแรกทันทีในช่วงพรีเซล ทั้งที่โครงการกรุงเทพกรีฑาและบรมราชชนนี จนต้องเร่งเปิดเฟสใหม่เพื่อรองรับความต้องการ

พร้อมชี้เป้า 3 ทำเลทองแนวราบที่เติบโตโดดเด่นที่สุด ได้แก่ 1. ดอนเมือง ฮับใหญ่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ ราคาประเมินที่ดินโตเฉลี่ย 11% ต่อปี และสร้าง Rental Yield สูงถึง 7%, 2. รามอินทรา – จตุโชติ รองรับกลุ่มครอบครัวขยาย ได้อานิสงส์จากส่วนต่อขยายทางด่วนฉลองรัช และ 3 ประชาอุทิศ โซนมาแรงที่รองรับลูกค้าขยายตัวจาก พระราม 3 – สาทร เชื่อมต่อวงแหวนฯ และมอเตอร์เวย์ M82 สู่หัวหินในอนาคต

นายวิชาญ กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนเชิงรุกในครึ่งปีหลังนี้ เดินหน้าเปิด 21 โครงการใหม่ (แนวราบ 12 โครงการ, คอนโดมิเนียม 9 โครงการ) มูลค่า 27,000 ล้านบาท และจะโฟกัสที่การบริหารโครงการพร้อมอยู่ควบคู่กับการเปิดบิ๊กโปรเจกต์ระดับไอคอนิกในทำเลศักยภาพสูงทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ต โดยไฮไลต์สำคัญประกอบด้วย กลุ่มแนวราบ เดินหน้าเปิดตัวบ้านเดี่ยวลักชัวรีพร้อมกัน 3 โครงการ (เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง, เศรษฐสิริ รัตนาธิเบศร์ และบุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา)

พร้อมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัว Wellness Community แห่งแรกของแสนสิริ บนพื้นที่กว่า 142 ไร่ ติดถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ และราชพฤกษ์ คอมมิวนิตี้ อาณาจักรที่อยู่อาศัยใหญ่สุดของแสนสิริบนเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ขยายการลงทุนในตลาดภูเก็ตภายใต้แบรนด์เดอะ เทลส์ (The Tales) พูลวิลล่าระดับลักชัวรี สร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมอยู่ เตรียมเปิดให้เข้าชมเร็วๆ นี้

ส่วนกลุ่มคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ เดินหน้าเปิดโครงการต่อเนื่อง นำโดย เดอะ โมนูเมนต์ สาทร (The Monument Sathon), โครงการใหม่แบรนด์เฮาส์ (HAUS) ใน T77, แคนวาซ พาเลท เชิงทะเล และการบุกทำเลทองที่ภูเก็ตโซนในเมืองและโซนท่องเที่ยว (สามกอง ป่าตอง) นอกเหนือจากนี้ ยังมีทัพโครงการพร้อมอยู่ (Ready to Move) อีก 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 18,300 ล้านบาท

ที่สามารถสร้างการรับรู้รายได้ให้กับบริษัทได้ทันที

“สำหรับมุมมองต่อภาพรวมตลาด แสนสิริประเมินว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้กำลังส่งสัญญาณฟื้นตัวสังเกตได้จากสถิติตัวเลขภายในของแสนสิริ ทั้งในแง่ของยอดขาย ยอดโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงอัตราการปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร (Rejection Rate) ที่มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับภาพรวมของอุตสาหกรรมที่เริ่มเห็นผู้ประกอบการรายอื่น ๆ กลับมาดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและเปิดตัวโครงการใหม่อย่างคึกคัก”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มิ.ย. 69)