SET ปิดภาคเช้า 1,613.55 จุด ลดลง 8.07 จุด (-0.50%) มูลค่าซื้อขายราว 68,259 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงตามตลาดต่างประเทศ แรงขาย DELTA ตามกลุ่มเทคฯ โลก และ TTB จากปัจจัยเฉพาะตัว อย่างไรก็ดี ตลาดได้แรงซื้อกลุ่มแบงก์ เกษตร และโรงพยาบาล เข้ามาช่วยพยุง ด้านแนวโน้มช่วงบ่าย คาดดัชนียังเคลื่อนไหวในแดนลบ ให้กรอบแนวรับ 1,610 จุด และแนวต้าน 1,630 จุด โดยมีปัจจัยต้องติดตามทั้งตัวเลขเงินเฟ้อญี่ปุ่น และความคืบหน้าแผน PDP ฉบับใหม่ของไทย
ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดภาคเช้า 1,613.55 จุด ลดลง 8.07 จุด (-0.50%) มูลค่าซื้อขายราว 68,259 ล้านบาท
การซื้อขายภาคเช้าเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยทำจุดสูงสุด 1,618.08 จุด และทำจุดต่ำสุด 1,609.04 จุด
นายภูวดล ภูสอดเงิน, IAA ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ดัชนีปรับตัวลง สอดคล้องกับตลาดหุ้นต่างประเทศ ทั้งตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ รวมทั้งตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวลงจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตามมองว่าเป็นแรงขาย Take Profit จากก่อนหน้านี้ที่ปรับตัวขึ้นมา
โดยหากเทียบกับตลาดต่างประเทศ ตลาดหุ้นไทยถือว่าไม่ได้ปรับตัวลงแรงมาก โดยดัชนีถูกแรงกดดันจากแรงขาย DELTA ที่เคลื่อนไหวตามหุ้นเทคฯ ต่างประเทศ รวมทั้ง TTB ที่มีแรงขายจากปัจจัยเฉพาะตัว แต่การปรับตัวลงไม่มาก และมีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มอื่นช่วยพยุง โดยกลุ่มที่ประคองตลาดวันนี้ อาทิ กลุ่มธนาคาร กลุ่มเกษตร และโรงพยาบาล โดยช่วงนี้บรรยากาศการลงทุนเป็นการเก็งกำไรตามการประชุมนักวิเคราะห์ของบริษัทจดทะเบียนต่าง ๆ
แนวโน้มช่วงบ่ายคาดดัชนียังเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยแนะติดตามตัวเลขเงินเฟ้อญี่ปุ่น เพื่อประเมินมุมมองดอกเบี้ย ขณะที่ในประเทศติดตามการผลักดันนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะความคืบหน้าแผน PDP ฉบับใหม่
ประเมินกรอบแนวรับ 1,610 จุด และแนวต้าน 1,630 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน





