LH Fund จับจังหวะ AI Supercycle ส่งกองใหม่ชิงเค้กเม็ดเงินลงทุนโลก 7 แสนล้านดอลลาร์ เปิดขาย 7-14 ก.ค.

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Fund) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ AI Supercycle วัฏจักรการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยในปี 2569 กลุ่มเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั้ง Microsoft, Google, Amazon และ Meta เตรียมทุ่มงบลงทุนรวมกันสูงถึงราว 7 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 77% จากปีก่อน ซึ่งเม็ดเงินมหาศาลนี้ไม่ได้ไหลเข้าสู่ซอฟต์แวร์ AI เพียงอย่างเดียว แต่กระจายไปทั่วทั้งห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) ตั้งแต่ชิป หน่วยความจำ ระบบไฟและระบบระบายความร้อน ไปจนถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) ตอกย้ำว่า AI Supercycle ไม่ใช่เพียงกระแส แต่กำลังสร้างการเติบโตที่จับต้องได้จริง

LH Fund ขอแนะนำกองทุนเปิด แอล เอช อาร์ทิฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์ ซูเปอร์ไซเคิล (LH ARTIFICIAL INTELLIGENCE SUPERCYCLE FUND: LHSUPERAI) จะเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 7-14 ก.ค. 2569

กองทุนนี้มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน VistaShares Artificial Intelligence Supercycle® ETF (“กองทุนหลัก”) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายการลงทุน รวมถึงเงินกู้ยืมเพื่อการลงทุน (ถ้ามี) ในบริษัททั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยกองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี BITA VistaShares Artificial Intelligence Supercycle Index (ดัชนีอ้างอิง)

จุดเด่นของกองทุน LHSUPERAI

  • ลงทุนในกองทุนหลัก VistaShares Artificial Intelligence Supercycle ETF (AIS) ด้วยกลยุทธ์ Picks & Shovels ของยุค AI คือลงทุนในบริษัทที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานของ AI ซึ่งทุกค่ายต้องพึ่งพา ตั้งแต่ชิป หน่วยความจำ ระบบไฟ ไปจนถึง Data Center จุดเด่นคือ การคัดเลือกหุ้นด้วยแนวคิด Bill of Materials (BoM) ครอบคลุมห่วงโซ่การผลิต AI กว่า 68 บริษัททั่วโลก เน้นบริษัทที่มีรายได้/สินทรัพย์เกี่ยวข้องกับธีม AI ตามเกณฑ์อย่างน้อย 50%
  • ให้การลงทุนแบบ Pure Exposure ต่อธีม AI Infrastructure ที่ทับซ้อนกับกองทุน AI ทั่วไปเพียงส่วนน้อย เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากหุ้นที่พอร์ตส่วนใหญ่ยังไม่มี โดยหุ้น 5 อันดับแรกเป็นกลุ่มหน่วยความจำและเซมิคอนดักเตอร์เฉพาะทาง เช่น SK Hynix, Micron, AMD, Marvell และ Silicon Motion ไม่กระจุกตัวที่หุ้น Mega-Cap อย่างเช่น NVIDIA เหมือน ETF ธีม AI ทั่วไป
  • บริหารโดย VistaShares ในรูปแบบกองทุน Active ที่ผสานวินัยแบบ Index คุมความเสี่ยงด้วยเพดานการลงทุนไม่เกิน 4.5% ต่อหุ้น โดยกองทุนหลัก AIS ได้รับการจัดอันดับจาก Citywire ให้อยู่ใน 2nd Rank จาก 164 กองทุนในกลุ่มเทคโนโลยี และในปี 2568 ทำผลตอบแทน +58.20% เทียบกับดัชนี S&P 500 ที่ +17.88% พร้อม AUM เติบโตกว่า 350 ล้านดอลลาร์ในเวลาประมาณ 16 เดือน (ข้อมูล ณ เดือนเม.ย. 2569)

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร