
ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงในวันนี้ สวนทางดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ที่ดีดตัวขึ้น รับแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ณ เวลา 21.03 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ลบ 147.09 จุด หรือ 0.28% สู่ระดับ 52,752.98 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 [SP500.X] และ Nasdaq [NASDAQ.X] บวก 0.44% และ 0.94% ตามลำดับ
ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นเกือบ 2% ในสัปดาห์ที่แล้ว ใกล้แตะระดับ 53,000 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ทะยานขึ้น 1.8% และ 2.1% ตามลำดับ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ทำพิธีเคาะระฆังเปิดการซื้อขายสำหรับตลาดหุ้นนิวยอร์กจากห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ภายในทำเนียบขาวในวันนี้ (6 ก.ค.) ซึ่งนับเป็นการทำพิธีเปิดตลาดร่วมกันครั้งแรกระหว่างทำเนียบขาวรวมทั้งตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq
พิธีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเปิดตัวโครงการ “บัญชีทรัมป์” (Trump Accounts) ซึ่งเป็นบัญชีการลงทุนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับเด็กชาวอเมริกันตามนโยบายใหม่ของรัฐบาล โดยผู้บริหารระดับสูงของภาคเอกชนจำนวนมากที่ให้การสนับสนุนโครงการ “บัญชีทรัมป์” เข้าร่วมงานในวันนี้
กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยว่า เด็กชาวอเมริกันราว 1.5 ล้านคนจะได้รับเงินเริ่มต้นจำนวน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐใน “บัญชีทรัมป์” (Trump Accounts) ของตน เนื่องในโอกาสที่สหรัฐจะเฉลิมฉลองวันครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพในวันที่ 4 กรกฎาคม
ทั้งนี้ โครงการ “บัญชีทรัมป์” เริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเป็นวันชาติสหรัฐ โดยรัฐบาลจะเปิดบัญชีดังกล่าวและฝากเงินตั้งต้นจำนวน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเข้าบัญชีของเด็กที่เกิดระหว่างปี 2568-2571 โดยจะมีการนำเงินดังกล่าวไปลงทุนและสร้างผลตอบแทน จนเด็กมีอายุครบ 18 ปี และเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ บัญชีดังกล่าวจะเปลี่ยนสถานะเป็นบัญชีออมเพื่อการเกษียณอายุส่วนบุคคลแบบดั้งเดิม (Traditional Individual Retirement Account: IRA) และอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน
รัฐบาลจะนำเงินใน “บัญชีทรัมป์” ไปลงทุนในกองทุนดัชนีต้นทุนต่ำ (Low-Cost Index Funds) เพื่อสร้างผลตอบแทน ขณะที่เจ้าของบัญชีจะไม่สามารถถอนเงินได้จนกว่าจะมีอายุครบ 18 ปี
นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันพุธ โดยการประชุมดังกล่าวนับเป็นการประชุมครั้งแรกของนายเควิน วอร์ช ในฐานะประธานเฟดคนใหม่
ตลาดจับตารายงานดังกล่าวเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 75.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนก.ค.
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 56.2% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ย.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




