ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 155.84 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคฯ จับตารายงานประชุมเฟด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (6 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยตลาดได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งรวมถึงหุ้นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Broadcom ท่ามกลางความหวังที่ว่าธุรกิจด้าน AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,055.91 จุด เพิ่มขึ้น 155.84 จุด หรือ +0.29%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,537.43 จุด เพิ่มขึ้น 54.19 จุด หรือ +0.72%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,121.16 จุด เพิ่มขึ้น 288.49 จุด หรือ +1.12%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในดัชนี S&P500 โดยพุ่งขึ้น 1.64% และ 1.34% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์และกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.17% และ 1.06% ตามลำดับ

ส่วนดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ปรับตัวขึ้น 2.2% โดยดัชนีฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงติดต่อกันสองวันทำการก่อนหน้านี้

หุ้น Broadcom พุ่งขึ้น 3.7% หลังจากบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้ และบริษัท Apple ได้ตกลงที่จะขยายเวลาข้อตกลงการพัฒนาและจัดหาชิปแบบสั่งทำพิเศษหลากหลายประเภทไปจนถึงปี 2574

ส่วนหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ นั้น หุ้น Western Digital ทะยานขึ้น 7% หุ้น Teradyne พุ่งขึ้น 2.8% หุ้น  Marvell Technology ปรับตัวขึ้นกว่า 1% และหุ้น Oracle พุ่งขึ้น 2.5% 

หุ้น Microsoft ขยับลง 0.6% หลังบริษัทประกาศปลดพนักงานลง 2.1% หรือประมาณ 4,800 ตำแหน่ง

หุ้น SpaceX ปรับตัวลง 1% โดยมีมูลค่าการซื้อขายหมุนเวียนกว่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงท้าย ๆ ก่อนปิดตลาด ทั้งนี้ SpaceX จะเข้าร่วมคำนวณในดัชนี Nasdaq 100 ในวันอังคารที่ 7 ก.ค. 

หุ้น O’Reilly Automotive ดิ่งลง 6.7% หลังจากสื่อรายงานว่า บริษัทค้าปลีกชิ้นส่วนยานยนต์รายนี้ได้ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการบริษัท Genuine Parts ด้วยเงินสด ซึ่งข่าวดังกล่าวได้ฉุดหุ้น Genuine Parts ร่วงลง 2.95%

นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าบริษัทในดัชนี S&P500 จะมีกำไรรวมกันเพิ่มขึ้น 24% ในไตรมาส 2/2569 และคาดว่ากำไรในกลุ่มเทคโนโลยีจะพุ่งขึ้นราว 65%

ทั้งนี้ บริษัท Delta Air Lines และ PepsiCo มีกำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตารายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันพุธ (8 ก.ค.) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมครั้งแรกของเควิน วอร์ช ในฐานะประธานเฟดคนใหม่

หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย.ที่ออกมาต่ำกว่าคาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 25% ในการคาดกาารณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 28-29 ก.ค. 

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการลดลง 0.5 จุด สู่ระดับ 54.0 ในเดือนมิ.ย. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 54.5 ในเดือนพ.ค.

อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงปรับตัวเหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ

ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการของ ISM ประกอบด้วยอุตสาหกรรม 17 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง การก่อสร้าง และเหมืองแร่

โดย รัตนา พงศ์ทวิช