ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ จากแรงขายทำกำไร

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันจันทร์ (6 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากตลาดปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ข้อเสนอซื้อกิจการ easyJet เพื่อนำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์ มูลค่า 7.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วยหนุนราคาหุ้นของบริษัท

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 650.50 จุด ลดลง 2.27 จุด หรือ -0.35%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,479.87 จุด ลดลง 28.20 จุด หรือ -0.33%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,817.89 จุด เพิ่มขึ้น 38.58 จุด หรือ +0.15%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,651.77 จุด ลดลง 27.26 จุด หรือ -0.26%

ดัชนี STOXX 600 ปิดลดลง หลังจากระหว่างวันพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 654.44 จุด โดยสัปดาห์ก่อนดัชนีเพิ่งทำผลงานรายสัปดาห์ดีที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพ.ค.

หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มเฮลท์แคร์เป็นปัจจัยกดดันดัชนีมากที่สุด โดยปรับตัวลง 1.81% และ 1.80% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มลดลง 1.67%

อย่างไรก็ตาม ดัชนี DAX ของเยอรมนีสวนทางตลาดหุ้นยุโรปโดยรวม โดยขยับขึ้น 0.15% ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นการปรับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 5

ข้อมูลเศรษฐกิจแสดงให้เห็นว่า ยอดสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนี ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในยูโรโซน เพิ่มขึ้นในเดือน พ.ค. มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

นักวิเคราะห์ของ Deutsche Bank ระบุในบทวิเคราะห์ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมองข้ามหุ้นเยอรมนีในไตรมาส 2 แต่คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มเปลี่ยนแปลง พร้อมมองว่าหุ้นขนาดกลางของเยอรมนี โดยเฉพาะบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น จะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดในตลาด

นักลงทุนยังจับตาฤดูกาลประกาศผลประกอบการ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้น และอาจสร้างแรงหนุนรอบใหม่ หากผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด

นักเศรษฐศาสตร์ของ Jefferies กล่าวว่า ฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่กำลังจะมาถึงจะเป็นบททดสอบสำคัญของธีมการลงทุนด้าน AI และมีแนวโน้มกำหนดทิศทางตลาดในอีกหลายเดือนข้างหน้า โดยแม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับกำลังการผลิตส่วนเกินและความสามารถของการลงทุนด้าน AI ในการสร้างผลตอบแทนตามที่คาด แต่ยังคงมองบวกต่อผลประกอบการ เพราะการลงทุนด้านรายจ่ายฝ่ายทุน (Capex) ยังแข็งแกร่ง และตราบใดที่เม็ดเงินยังคงไหลเข้าสู่ภาคส่วนนี้ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ก็จะยังได้รับแรงสนับสนุน

ข้อมูลที่เผยแพร่ในวันจันทร์ยังระบุว่า ยอดค้าปลีกของยูโรโซนในเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

สำหรับหุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นในยุโรป ได้แก่ หุ้น easyJet พุ่งขึ้น 9.28% หลังสายการบินต้นทุนต่ำของอังกฤษบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อเสนอซื้อกิจการที่ปรับเพิ่มมูลค่าจาก Castlelake บริษัทลงทุนของสหรัฐฯ ซึ่งประเมินมูลค่าบริษัทไว้สูงสุด 5.5 พันล้านปอนด์ (7.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศปรับตัวขึ้น 1.33% และเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด หลังสงครามในยูเครนยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย โดยนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มดังกล่าวจากความคาดหวังว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่จะเป็นปัจจัยสนับสนุนภาคธุรกิจนี้

หุ้น Exail ปรับตัวขึ้น 2.12% หลัง Thales บรรลุข้อตกลงซื้อหุ้นที่ถือโดยตระกูล Gorgé ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีโดรนแห่งนี้

หุ้น Airbus เพิ่มขึ้น 1.58% หลังแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าส่งมอบเครื่องบินภายในปี พ.ศ. 2569 จำนวน 900 ลำ แม้จะยังคงเป้าหมายการส่งมอบอย่างเป็นทางการตลอดปีไว้ที่ 870 ลำ โดยบริษัทได้ส่งมอบเครื่องบินมากกว่า 89 ลำในเดือนมิ.ย.

หุ้น Ferrari ปรับขึ้น 2.22% หลังผู้ผลิตรถสปอร์ตหรูเปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษแบบผลิตจำนวนจำกัด เครื่องยนต์ 12 สูบ พร้อมระบบเกียร์ธรรมดา

นอกจากนี้ J.P. Morgan ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นกรีซเป็น overweight จากเดิมที่ neutral โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการที่หุ้นกรีซบางบริษัทจะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี STOXX 600 ภายในปีนี้

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช