ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ รับ Fund Flow ยังไหลเข้า จับตารายงานเฟด-ศาลรธน.เคาะพ.ร.ก.กู้เงินฯ

นักวิเคราะห์ฯ ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหว Sideway ยังได้อานิสงส์ Fund Flow ไหลเข้าหุ้นกลุ่ม Value และ Defensive รับกระแสโยกเงินออกจากหุ้นเทคฯ โลก แต่ระยะสั้นอาจเผชิญแรงขายทำกำไรสลับออกมาบ้าง ประกอบกับ นักลงทุนรอติดตามรายงานการประชุมเฟด รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงินฯ ให้กรอบแนวรับ 1,600-1,605 จุด และแนวต้าน 1,625-1,630 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] เช้านี้คาดเคลื่อนไหวทิศทาง Sideway ภาพรวมยังได้รับปัจจัยบวกจากเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศ (Fund Flow) ที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากกระแสการโยกย้ายเงินลงทุน (Sector Rotation) ออกจากกลุ่มเทคโนโลยีโลกที่ราคาสูงแล้วเข้ามาที่กลุ่มหุ้นคุณค่า และหุ้น Defensive อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นเริ่มมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเป็นระยะ

ประกอบกับ นักลงทุนบางส่วนรอติดตามปัจจัยสำคัญในต่างประเทศ ได้แก่ รายงานการประชุมธนาคารสหรัฐฯ (เฟด) รวมถึงปัจจัยในประเทศ คือ ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท  ในวันที่ 9 ก.ค. นี้

สำหรับการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของไทยวานนี้ ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าและต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ปัจจัยดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้ทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มที่จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1% ตลอดทั้งปี

ส่วนภาพรวมการเปิดตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียช่วงเช้าวันนี้ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเปิดตลาดในแดนลบ โดยได้รับแรงกดดันจากดัชนีกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่ยังเผชิญแรงขายต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ของไทย อาทิ DELTA และอาจกดดันดัชนีได้

โดยให้กรอบแนวรับ 1,600 – 1,605 จุด และแนวต้าน 1,625 – 1,630 จุด

ปะเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (6 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,055.91 จุด เพิ่มขึ้น 155.84 จุด หรือ +0.29% , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,537.43 จุด เพิ่มขึ้น 54.19 จุด หรือ +0.72% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,121.16 จุด เพิ่มขึ้น 288.49 จุด หรือ +1.12% 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ  69,460.08 จุด ลดลง 277.61 จุด หรือ -0.40%  , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 2 23,568.49 จุด ลดลง 47.83 จุด หรือ -0.20%   และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,019.49 จุด ลดลง 21.75 จุด หรือ -0.54%    ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดร่วงลง 1.71% 

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (6 ก.ค. ) 1,616.88 จุด เพิ่มขึ้น 5.60 จุด (+0.35%) มูลค่าซื้อขาย 66,131.05  ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (6 ก.ค.) 748.93 ล้านบาท

–  ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. (6 ก.ค.) ลดลง 14 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่  68.55  ดอลลาร์/บาร์เรล 

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (6 ก.ค.) อยู่ที่ 20.19 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.30 แนวโน้มแกว่ง Sideway จับตาราคาทอง-ตัวเลขศก.สหรัฐ-ทิศทางดอกเบี้ย BoE

– เงินเฟ้อ มิ.ย.เพิ่มขึ้น 2.42% สูงติดต่อกัน 3 เดือน จากราคาน้ำมันทรงตัว ค่าโดยสาร อาหารสำเร็จรูปขึ้นราคาคาดเฟ้อไตรมาส 3 สูงต่อ ทั้งปี คงเป้า 1.5-2.5% ค่ากลาง 2.0% “ธนวรรธน์” มองผ่านจุดสูงสุด ต้นทุนการผลิตคลี่คลาย คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1% ถึงสิ้นปี สวนทางดอกเบี้ยโลก  นักวิเคราะห์คาดสงครามทำดอกเบี้ยโลกพุ่งยาวถึงปี 2028 

– ก.ล.ต.เร่งตรวจสอบ ข้อเท็จจริงผู้ถือหุ้น “ทรู คอร์ปอเรชั่น” หลังพบ “ข้อสังเกตความไม่ถูกต้อง” ของรายงานแบบ 246-2 ลั่นขึ้น เครื่องหมายเตือนตั้งแต่ 3 ก.ค. 69 ย้ำหากผลการตรวจสอบพบกระทำ ฝ่าฝืนกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ เดินหน้า ดำเนินการทางกฎหมาย ด้าน “ทรู” แจงเคสบุคคลปริศนาเข้าถือหุ้นสัดส่วนทะลุ 7% อาจไม่ถูกต้อง ยันไม่เคยขาย หุ้นบุริมสิทธิให้คนทั่วไป “วงในตลาดทุน” ตั้งข้อสังเกต 2 แนวทาง “ลงทุน ส่วนบุคคล-นอมินี” 

– “อนุทิน-เอกนิติ” ประสานเสียงรับสภาพ ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขุนคลังบอกหากผลเป็นลบต้องจับมือเอกชนแก้ปัญหา ได้ฤกษ์เปิดเพจเฟซบุ๊กเป็นทางการ หวังสื่อสารแนวคิด-นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ประเดิมร่ายยาวนโยบาย 5T สภาสูง 146 เสียงผ่านฉลุย พ.ร.บ.โอนงบฯ 

– “เฟทโก้” ประกาศวิสัยทัศน์ “พัฒนาตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดทุนระดับโลก” เดินหน้ายุทธศาสตร์ “เพิ่มความน่าสนใจโปรดักต์-ฐานนักลงทุนระยะยาว ทั้งไทย Global HNW” มุ่งสู่ผู้นำตลาดทุนอาเซียนปี 2575 พร้อมยกระดับเป็นตลาดพัฒนาแล้วภายใน 15 ปี หรือปี 2583 หลังเป็นตลาดหุ้นเกิดใหม่มาถึง 40 ปี 

*หุ้นเด่นวันนี้

–  ERW (ฟินันเซีย ไซรัส)  “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.50 บาท  แนวโน้มไตรมาส 2/69  คาดชะลอตัว q-q ตามฤดูกาล แต่คาดยังยืนทรงตัวแกร่ง y-y กระทบจากสงครามไม่มาก อุปสงค์ตลาดระยะใกล้ยังแข็งแรงหนุนจากจีน การเติบโตของโรงแรมในกลุ่ม Luxury-to-Economy ช่วยชดเชย Hop Inn ชะลอตัว  คาดกำไรปกติปี 69-70  เติบโตราว 7% ต่อปี และระยะยาวมีแผนการลงทุนโครงการโรงแรมใหม่รองรับการเติบโต ทางเทคนิคโมเมนตัมยังเป็นบวกและอยู่ในทิศทางขาขึ้น

– MTC (คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 41.50 บาท ในปี 69 บริษัทตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อโต 10% เน้นสินเชื่อมีหลักประกันและวงเงินไม่สูงเพื่อลดความเสี่ยง แนวโน้มไตรมาส 2/69  มีโอกาสโต QoQ, YoY หนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อและได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ลูกหนี้มีความสามารถผ่อนชำระสูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองและต้นทุนการเงินลดลง อิง consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 7.44 พันล้านบาท +11%YoY และ 8.33 พันล้านบาท +12%YoY 

– KCE (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 45.00 บาท  ราคาน้ำมันลดลงช่วยลดต้นทุนสารเคมีซึ่งคิดเป็นราว 33% ของ COGS และคาดเริ่มเห็นผลบวกชัดเจนตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/69 เป็นต้นไป  การปรับขึ้นราคาขาย 10-15% ผสานอุปทาน PCB ตึงตัวและอุปสงค์จากทั้ง AI และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยหนุน GPM ฟื้นมาสูงกว่า 25% ใน H2/69 มอง Valuation ยังน่าสนใจเมื่อ เทียบกับหุ้นในกลุ่มเดียวกัน

โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน