สหรัฐฯ กังวลจีนทดสอบขีปนาวุธ เรียกร้องระงับแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้แสดงปฏิกิริยาต่อการที่จีนทดสอบยิงขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic Missile) ที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์จากเรือดำน้ำ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ในวันจันทร์ (6 ก.ค.) ว่า การดำเนินการดังกล่าวของจีนถือเป็นเรื่องที่ “น่ากังวลอย่างยิ่ง” ต่อทั้งเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หลังจากการทดสอบขีปนาวุธของจีนผ่านพ้นไป 20 ชั่วโมง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ตอบสนองด้วยการออกแถลงการณ์เรียกร้องให้จีนระงับการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมกับย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องบรรดาชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ 

“การสะสมอาวุธนิวเคลียร์อย่างรวดเร็วและขาดความโปร่งใสของจีน เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งต่อภูมิภาคและต่อโลก” กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ 

แถลงการณ์ระบุว่า  สหรัฐฯ ได้ติดตามการยิงขีปนาวุธทิ้งตัวข้ามทวีปซึ่งตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ พร้อมระบุว่า จีนควรเข้าร่วมในการหารือเพื่อควบคุมอาวุธอย่างจริงจัง และควรดำเนินการตามข้อตกลงเกี่ยวกับการแจ้งเตือนการปล่อยขีปนาวุธและยานอวกาศในลักษณะดังกล่าวอย่างเป็นระบบ ตามที่สมาชิกถาวรรายอื่น ๆ ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส รัสเซีย และสหรัฐฯ ได้ให้คำมั่นไว้

ทั้งนี้ กองทัพเรือแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) และสื่อทางการของจีน ระบุว่า เรือดำน้ำนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ลำหนึ่งของกองทัพเรือ ประสบความสำเร็จในการยิงขีปนาวุธเชิงยุทธศาสตร์ที่ติดตั้งหัวรบจำลอง มุ่งหน้าไปยังน่านน้ำสากลในมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อเวลา 12.01 น.ตามเวลาท้องถิ่นในวันจันทร์  โดยขีปนาวุธได้ตกสู่เป้าหมายอย่างแม่นยำภายในน่านน้ำที่กำหนดไว้

กองทัพเรือจีนระบุ การทดสอบยิงดังกล่าวเป็นไปตามแผนการฝึกอบรมประจำปีของกองทัพเรือ PLA และเสริมว่า ฝ่ายจีนได้แจ้งให้ประเทศที่เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้าแล้ว

นอกจากนี้ กองทัพเรือจีนยังระบุอีกว่า การทดสอบยิงครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและแนวปฏิบัติสากล และไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประเทศใดหรือเป้าหมายใดเป็นพิเศษ

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข