
กระทรวงการคลังสหรัฐแถลงในวันนี้ว่า กระทรวงฯ จะซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์ ในการดำเนินการที่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดพันธบัตร
ทั้งนี้ กระทรวงฯ จะทำการซื้อคืนพันธบัตรในวันพฤหัสบดี โดยจะใช้เวลาดำเนินการ 20 นาที และจะสิ้นสุดในเวลา 14.00 น. ตามเวลาสหรัฐ
การซื้อคืนพันธบัตรในครั้งนี้ มีวงเงินมากกว่าการซื้อคืนตามปกติถึง 3 เท่า และเกิดขึ้นหลังจากที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ประกาศเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมว่า กระทรวงฯ จะเพิ่มวงเงินในการซื้อคืนพันธบัตรอย่างน้อย 2 เท่าจากระดับปกติ
แม้ว่าจุดประสงค์อย่างเป็นทางการของการดำเนินการครั้งนี้คือการรักษาสภาพคล่องของตลาดพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งในกรณีนี้คือพันธบัตรอายุ 10 ปีและ 20 ปี แต่มาตรการดังกล่าวยังถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะจำกัดการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2551
อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยังคงปรับตัวขึ้น แม้มีการประกาศของทางกระทรวงฯ ในวันนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.841%
การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้นเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ หนี้ของรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทะลุระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์, ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการภาษีศุลกากรและสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน รวมทั้งการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันนี้
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





