รัฐบาล จ่อปรับเกณฑ์​เปิดเออร์ลี่รีไทร์​ ขรก.​พลเรือน​ ​ล็อกเป้าลดอัตราธุรการ​-เสมียน เสริมเทคโนโลยีแทน

นายปกรณ์​ นิล​ประพันธ์​ รองนายก​รัฐมนตรี​ ฝ่าย​กฎหมาย​ กล่าวถึงแนวคิดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศึกษาการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด​ (เออร์ลี่รีไทร์)​ โดยจะให้มีผลทันทีภายในปีงบประมาณ 2570​ ว่า เป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากมีรายจ่ายประจำที่สูงเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้รัฐบาลมีงบประมาณสำหรับการลงทุน และช่วยเหลือประชาชนน้อยลง ทำให้กลายเป็นปัญหา ดังนั้นจึงมีแนวคิดลดจำนวนข้าราชการลงผ่านระบบสมัครใจ​ ซึ่งจะพยายามทำโดยเร็วที่สุด 

โดยโครงการนี้จะทำควบคู่กับการปรับลดอัตราตำแหน่ง​ ในระบบราชการให้เหลือเท่าที่จำเป็น ซึ่งเหตุผลนอกจากเรื่องงบประมาณแล้ว ขณะนี้ได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อทดแทนงานปกติประจำวัน จึงสามารถยกเลิกในบางตำแหน่งได้ แต่ไม่ได้มุ่งมั่นให้เกิดความโกลาหล แต่จะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ส่วนตำแหน่งใดบ้างที่อาจจะปรับลดนั้น นายปกรณ์ ยกตัวอย่างว่า เช่น พนักงานพิมพ์ เนื่องจากปัจจุบันบุคลากรทุกคนมีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือในการพิมพ์อยู่แล้ว ฉะนั้นอาจจะต้องปรับลดลง รวมถึงงานธุรการ ซึ่งสามารถใช้ เทคโนโลยีเข้ามาได้ แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะความสามารถในการใช้เทคโนโลยีของแต่ละหน่วยงานไม่เท่ากัน ฉะนั้นหากหน่วยงานใดมีความพร้อม ก็สามารถดำเนินการได้ทันที แต่ไม่มีการกำหนดกรอบเวลาว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด เพราะอาจต้องใช้เวลาสักระยะ

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการนี้จะเริ่มต้นจากข้าราชการพลเรือนก่อน​ และหากเป็นประโยชน์ ก็จะขยายไปใช้ในหน่วยงานอื่น ๆ เช่น ท้องถิ่น​ องค์การมหาชน ทหาร​ ตำรวจ โดยปัจจุบันทั้งทหารแ ละตำรวจก็ดำเนินการอยู่​ 

ส่วนการกำหนดกรอบจำนวนการเออร์ลีรีไทร์ นายปกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาโดยกองทุนบําเหน็จบำนาญข้าราชการ​ (กบข.) รวมถึงงบประมาณที่จะต้องใช้ ดังนั้นต้องดูอย่างละเอียด ซึ่งตนได้ให้ ก.พ.เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ ซึ่งต้องทำงานร่วมกับกรมบัญชีกลาง​ กบข.​ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่จะดูแลในเรื่องสุขภาพ เพื่อนำมาทดแทนระบบรักษาพยาบาลในปัจจุบัน

สำหรับหลักเกณฑ์กำหนดอายุการเออร์ลี่รีไทร์นั้น​ นายปกรณ์ ระบุว่า เดิมมีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าต้องมีอายุราชการเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปี ขึ้นไป หรืออายุ 55 ปีขึ้นไป​ แต่เมื่อพิจารณาจากทักษะ เนื่องจากอายุ 50 ปีคงยาก แต่หากเป็นอายุ 40 ปีจะสามารถรีสกิลตัวเองได้ พร้อมย้ำว่า จะไม่มีการบังคับ แต่จะใช้สิ่งจูงใจเป็นตัวตั้ง รวมถึงเรื่องการอัพสกิล-รีสกิลเป็นตัวนำ

ส่วนจะมีการปรับหลักเกณฑ์อายุเอร์ลี่รีไทร์ โดย​เริ่มตั้งแต่ 40 ปีหรือไม่นั้น นายปกรณ์ มองว่าไม่ควรปิดว่าอายุเท่าไร หรือใครขอก่อน-ขอหลัง แต่จะต้องทำให้ทันภายในปีงบประมาณ 2570 ก่อนกล่าวติดตลกว่า “ลูกค้าเยอะ”

ส่วนแนวคิดเรื่องการปรับระบบสวัสดิการ โดยเฉพาะระบบการรักษาพยาบาลของข้าราชการนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะใช้ระบบประกันสุขภาพ เข้ามาแทนสวัสดิการรักษาพยาบาลในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถคุมวงเงินได้ชัดเจนว่าในแต่ละปีจะใช้งบประมาณเท่าใด และจะเป็นการส่งเสริมธุรกิจประกันภัยภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นการเกื้อหนุนระบบเศรษฐกิจโดยรวม และจะทำให้ไทยเป็น medical Hub เพราะหากระบบประกันสุขภาพดี ธุรกิจการรักษาสุขภาพก็จะดีไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะต้องพูดคุยกับกรมบัญชีกลาง คปภ.​ และ กบข.ไปพร้อมกัน​

ส่วนสิทธิ์การรักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัวข้าราชการนั้น นายปกรณ์​ ระบุว่า​ ขอคงไว้ก่อน เนื่องจากยังไม่ได้มีการพูดคุยในรายละเอียดว่าจะเป็นอย่างไร​ และจะเริ่มใช้ในข้าราชการที่เข้ามาบรรจุใหม่ ส่วนข้าราชการเดิม จะทำเป็นตัวเลือกให้สามารถเลือกได้

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์