
เมตา แพลตฟอร์มส์ อิงค์ ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ได้แก่ เฟซบุ๊ก (Facebook), เมสเซนเจอร์ (Messenger) และอินสตาแกรม (Instagram) บรรลุข้อตกลงยุติคดี หลังถูกฟ้องในหลายรัฐเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่า แพลตฟอร์มของบริษัททำให้ผู้ใช้งานเกิดการเสพติดโซเชียลมีเดีย
หากศาลอนุมัติข้อตกลงดังกล่าว จะทำให้เมตาต้องจ่ายเงินให้แก่รัฐต่าง ๆ สูงสุดถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลา 10 ปี โดยรัฐแคลิฟอร์เนียเพียงรัฐเดียวจะได้รับเงินระหว่าง 1,500 ล้านดอลลาร์ถึง 2,100 ล้านดอลลาร์
ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ยุติข้อกล่าวหาจาก 47 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดีซี เปอร์โตริโก อเมริกันซามัว และหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา ซึ่งได้กล่าวหาว่าบริษัทออกแบบแพลตฟอร์มให้มีฟีเจอร์ที่ทำให้เกิดการเสพติด จงใจทำให้ผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชนเผชิญกับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง และจงใจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม รวมถึงข้อกล่าวหาอื่น ๆ
รัฐแคลิฟอร์เนียเป็นหนึ่งในรัฐแรก ๆ ที่ยื่นฟ้องเมตาในปี 2566 โดยการพิจารณาคดีได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ศาลแขวงสหรัฐ ประจำเขตตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย
อย่างไรก็ดี ข้อตกลงดังกล่าวยังต้องได้รับการอนุมัติจากศาล และกำหนดมาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดเพื่อช่วยปกป้องเด็กจากผลกระทบด้านสุขภาพจิตที่เกี่ยวข้องกับการใช้โซเชียลมีเดีย เช่น
- กำหนดเวลาการใช้งานโซเชียลมีเดียต่อวัน
- จำกัดการใช้งานในช่วงเวลากลางคืน โดยมีเพียงผู้ปกครองเท่านั้นที่จะสามารถยกเลิกข้อจำกัดนี้ได้
- เพิ่มเครื่องมือสำหรับผู้ปกครองในการควบคุมและดูแลการใช้งาน
- ใช้มาตรการตรวจสอบอายุที่เข้มงวดขึ้น เพื่อระบุผู้ใช้งานที่อายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีที่อยู่บนแพลตฟอร์ม
- แต่งตั้งผู้ตรวจสอบอิสระเพื่อตรวจสอบว่าบริษัทปฏิบัติตามข้อตกลงหรือไม่
นายร็อบ บอนตา อัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า “วันนี้ เราประสบความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลงกับเมตา ซึ่งจะทำให้โซเชียลมีเดียมีอันตรายน้อยลงสำหรับเด็ก ๆ ของเรา และจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับเด็กและครอบครัวของพวกเขา”
“เมตาตกลงที่จะปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากแพลตฟอร์มของบริษัท และจะดำเนินการภายในเวลาไม่กี่เดือน เรากำลังพูดถึงการจำกัดเวลา การหยุดการแจ้งเตือนระหว่างเวลาเรียน การบล็อกแอปในช่วงเวลากลางคืน การห้ามใช้ฟิลเตอร์ศัลยกรรมพลาสติก และมาตรการอื่น ๆ อีกมากมาย”
อย่างไรก็ดี เมตาตอบโต้ในแถลงการณ์ว่า “แม้ว่านี่จะเป็นก้าวสำคัญ แต่ความจริงก็คือ วัยรุ่นสามารถสลับไปมาระหว่างแอปต่าง ๆ มากมายในแต่ละวันได้อย่างง่ายดาย ทุกแพลตฟอร์มควรให้อำนาจแก่ผู้ปกครองและสนับสนุนวัยรุ่นด้วยการนำมาตรการแบบเดียวกันนี้มาใช้ เพราะเราทราบดีว่า เมื่อวัยรุ่นถูกจำกัดการใช้งานในแอปหนึ่ง พวกเขาก็เพียงแค่ย้ายไปใช้อีกแอปหนึ่ง”
“เพื่อให้เกิดความคืบหน้าที่มีความหมาย เราขอเรียกร้องให้ TikTok และ YouTube เข้าร่วมกับเราและอัยการสูงสุดของรัฐ ในการนำมาตรฐานใหม่นี้มาใช้ เพื่อให้แน่ใจว่าวัยรุ่นจะใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสุขภาพดีและมีความรับผิดชอบ”
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




