JMIC ยกระดับภัยคุกคามเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซสู่ระดับ “รุนแรง” หลังอิหร่านถล่มเรือบรรทุกน้ำมัน

ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (JMIC) ซึ่งเป็นองค์กรด้านความมั่นคงทางทะเลนานาชาติที่นำโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ ยกระดับการประเมินภัยคุกคามต่อเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซขึ้นสู่ระดับ “รุนแรง” (Severe) พร้อมแจ้งเตือนผู้ประกอบการเดินเรือให้เพิ่มความระมัดระวัง หลังเกิดเหตุอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำ และประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจก่อเหตุเพิ่มเติม

แม้อิหร่านจะตกลงรับประกันความปลอดภัยของเรือพาณิชย์ที่เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวที่ลงนามกับสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. แต่หลังจากนั้น อิหร่านได้โจมตีเรือหลายลำที่ใช้เส้นทางเดินเรือซึ่งอยู่ภายใต้การคุ้มกันของกองทัพเรือสหรัฐฯ

ทั้งนี้ กาตาร์กล่าวหาอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีเรืออัล เรเคย์ยัต (AL REKAYYAT) เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอังคาร (7 ก.ค.) พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านยุติการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคงด้านพลังงานของโลก

ขณะเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในหรือใกล้ช่องแคบฮอร์มุซแล้ว 3 เหตุการณ์ในสัปดาห์นี้

รายงานระบุว่า ปัจจุบันเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซแบ่งออกเป็น 2 เส้นทางหลัก โดยประเทศอ่าวอาหรับใช้เส้นทางด้านใต้เลียบชายฝั่งโอมาน ซึ่งอยู่ภายใต้การคุ้มกันของกองทัพเรือสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านประกาศว่าจะโจมตีเรือที่ไม่ใช้เส้นทางด้านเหนือซึ่งได้รับการอนุมัติจากเตหะราน ส่งผลให้เรือจำนวนมากหลีกเลี่ยงเส้นทางเดินเรือเดิมบริเวณกึ่งกลางช่องแคบ ซึ่งอิหร่านได้วางทุ่นระเบิดไว้

ด้านมิเชล วีเซอ บ็อกมันน์ นักวิเคราะห์ข่าวกรองด้านการเดินเรืออาวุโสของ วินด์วอร์ด (Windward) บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลทางทะเล กล่าวว่า อิหร่านกำลังใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือต่อรองเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นอำนาจต่อรองสำคัญที่ยังเหลืออยู่ พร้อมเสริมว่า การโจมตีเป็นระยะของอิหร่านมีเป้าหมายเพื่อบ่อนทำลายเส้นทางเดินเรือด้านใต้ และส่งสัญญาณไปยังประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในอ่าวอาหรับที่ยังไม่เปลี่ยนมาใช้เส้นทางที่อิหร่านกำหนด

ทั้งนี้ แม้การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะทยอยฟื้นตัวหลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว แต่ปริมาณการเดินเรือยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามอย่างมาก โดยข้อมูลของเคปเลอร์ (Kple) ระบุว่า มีเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากกว่า 100 ลำในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ข้อมูลจากวินด์วอร์ด ระบุว่า การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบเฉลี่ยอยู่ที่ราว 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิ.ย. เทียบกับช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งที่มีปริมาณมากกว่า 15 ล้านบาร์เรลต่อวัน

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท