
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งเป็นการประชุม กรอ. นัดพิเศษ โดยมีวาระหารือเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและป้องกันอุทกภัย อำเภอหาดใหญ่ จ. สงขลา ก่อนเข้าสู่ฤดูมรสุมปี 2569 โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ภาคธุรกิจและเอกชนในพื้นที่ รวมทั้งจะเป็นแซนด์บอกซ์ นำมาใช้กับพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ ก่อนฤดูมรสุมใต้ในปลายปีนี้
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ โดยจะต้องมีการวางแผนเฉพาะหน้า ต้องไม่ให้เกิดความเสียหายแบบปี 68 อีก ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่วงเงินงบประมาณ เพราะการป้องกันดูแลประชาชนในระยะยาว คุ้มค่ากว่าการเยียวยาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า แต่การใช้งบภาษีประชาชนต้องคุ้มค่าทุกบาทและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเบื้องต้นให้ใช้งบประมาณของส่วนราชการหลัก ขณะที่งบกลางจะใช้ในกรณีเร่งด่วนจำเป็น
นายกรัฐมนตรี ยังได้ย้ำถึงความสำคัญกับการให้ข้อมูลข่าวสาร ทั้งก่อนเกิดเหตุ และระหว่างเกิดเหตุ เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัว เตรียมความพร้อม ทั้งแผนดูแล อพยพประชาชน การให้ความช่วยเหลือพี่น้องประสบภัย ต้องชัดเจนและต้องประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าและต่อเนื่องด้วย มาตรการประชาสัมพันธ์นี้ไม่ได้ใช้เงินงบประมาณ แต่ลดความเสียหายให้กับผู้ประสบภัยได้ จึงอยากกำชับให้ส่วนท้องถิ่น พื้นที่ไปดำเนินการด้วย
ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)ได้รายงานต่อที่ประชุมถึงแผนแม่บท จากการถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย ที่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับอุทกภัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่ง กรอ. สงขลาได้เสนอโครงการเร่งด่วน 9 รายการ ตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำแบบ “ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ” เพื่อให้สามารถดำเนินการแล้วเสร็จก่อนฤดูฝน และเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ เช่น การขุดลอกท่อ การจัดหาครุภัณฑ์ป้องกันและช่วยเหลือน้ำท่วม การติดตั้งประตูระบายน้ำอัตโนมัติและระบบควบคุมทางไกล การเพิ่มประสิทธิภาพความจุการระบาย และการขุดลอกและกำจัดวัชพืช เป็นต้น ซึ่งมีความสอดคล้องกับแผนแม่บทของ สทนช. ขณะที่ในด้านงบประมาณ ได้มีการเตรียมไว้พร้อมแล้ว
ทั้งนี้ ที่ประชุม มอบหมายให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับ สทนช. และสำนักงบประมาณ เพื่อพิจารณาแผนงาน โครงการและงบประมาณ โดยให้พิจารณาสอดคล้องกับข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการ กรอ. สงขลา เพื่อตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่และเป็นไปตามแผนงาน สทนช.
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายกระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยหลักขอรับการจัดสรรงบ พร้อมให้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนงานและกรอบงบประมาณการแก้ไขน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยบูรณาการโครงการคมนาคมและระบบบริหารจัดการน้ำเข้าด้วยกัน ก่อนเสนอนายพิพัฒน์ รัชกิจประการรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เพื่อพิจารณาบรรจุไว้ในแผนงานประจำปีของแต่ละหน่วยงานต่อไป
“รัฐบาลให้ความสำคัญ แม้จะไม่สามารถห้ามภัยธรรมชาติได้ แต่สามารถป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และให้ความช่วยเหลืออภาคธุรกิจ การค้า ซึ่งเป็นฟันเฟืองทางเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมทั้งการสร้างความเชื่อมั่นผ่านระบบการจัดการน้ำที่ยั่งยืน จึงเป็นหน้าที่และภารกิจของรัฐบาลโดยตรง” นางสาวรัชดา กล่าว
*ลุยตั้งงบด่วนเตรียมรับสถานการณ์ฤดูฝน
นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ในฐานะโฆษกกรอ. กล่าวถึงผลประชุม กรอ. ว่า ภาคเอกชนมีการเสนอ แผนจัดการโครงสร้างพื้นฐาน การกระตุ้นการท่องเที่ยว รวมถึงระบบการแจ้งเตือนภัย รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเรื่องการลงทุนและสินเชื่อซอฟต์โลน เพื่อช่วยธุรกิจขนาดเล็ก เพราะในเมืองหาดใหญ่ มีธุรกิจขนาดเล็กค่อนข้างมาก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดูว่าจะให้ซอฟต์โลนในรูปแบบใด เพื่อให้เข้าถึงผู้ประกอบการมากที่สุด ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอของภาคเอกชน เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอด สิ่งสำคัญคือต้องทำให้หาดใหญ่กลายเป็นเมืองต้นแบบในการพัฒนาเมืองอื่นได้
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปพิจารณาในเรื่องของงบประมาณเร่งด่วน เพื่อเตรียมรองรับ สถานการณ์ที่เข้าสู่ฤดูฝนในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ปี 69 และหลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาว่าพื้นที่ใดจำเป็นต้องใช้งบประมาณเร่งด่วนเพื่อเข้าไปฟื้นฟู โดยตั้งกรอบไว้ภายใน 100 วัน
นอกจากนี้ นายวีระพงษ์ ยอมรับว่า ภาคธุรกิจในพื้นที่หาดใหญ่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอีก โดยเฉพาะในภาคธุรกิจท่องเที่ยว และภาคค้าปลีก เพื่อทำให้เกิดรายได้ในพื้นที่มากขึ้น
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน





