
อเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย เปิดเผยเมื่อวันพุธ (8 ก.ค.) ว่า รัสเซียออกมาตรการหลายด้านเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดเชื้อเพลิงภายในประเทศ หลังการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนที่มุ่งเป้าไปยังโรงกลั่นน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลลดลงชั่วคราว
ในการประชุมระหว่างประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กับคณะรัฐมนตรี โนวัคระบุว่า แม้รัฐบาลจะเดินเครื่องโรงกลั่นน้ำมันที่ยังเปิดดำเนินการอยู่เต็มกำลัง พร้อมระบายเชื้อเพลิงจากคลังสำรองเข้าสู่ตลาดภายในประเทศ แต่สถานการณ์ตลาดเชื้อเพลิงโดยรวมยังคงอยู่ในภาวะตึงตัว
ทั้งนี้ โรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียได้เร่งรัดการซ่อมบำรุงที่อยู่ระหว่างดำเนินการ พร้อมเลื่อนกำหนดการซ่อมบำรุงตามแผนออกไป ขณะที่รัฐบาลได้ระดมกำลังการผลิตจากโรงกลั่นขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงบังคับใช้มาตรการห้ามส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และเชื้อเพลิงอากาศยานทั้งหมด
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รัสเซียมีสถานีบริการน้ำมันราว 29,000 แห่งทั่วประเทศ โดยมีเพียงประมาณ 9,000 แห่งที่เป็นของบริษัทพลังงานรายใหญ่ซึ่งดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร เช่น รอสเนฟต์ (Rosneft), ก๊าซพรอม เนฟต์ (Gazprom Neft) และลูคอยล์ (Lukoil) ส่วนที่เหลือเป็นของผู้ประกอบการอิสระ ซึ่งก่อนหน้านี้จัดหาเชื้อเพลิงผ่านตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์และตัวกลางเป็นหลัก
โนวัคกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซียได้ให้ความสำคัญกับการจัดส่งเชื้อเพลิงโดยตรงผ่านเครือข่ายสถานีบริการของตนเอง ควบคู่กับการเพิ่มการจัดส่งไปยังภูมิภาคที่พึ่งพาผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันอิสระเป็นหลัก
นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนก.ค. รัสเซียจะเริ่มนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพื่อเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงในตลาด พร้อมเร่งการผลิตเชื้อเพลิงที่ปล่อยมลพิษต่ำมากขึ้น และขยายเวลามาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและสารเติมแต่งเชื้อเพลิงในอัตรา 0% ออกไปอีก 1 ปี
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





