
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) พร้อมด้วย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นำโดย นายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการ รฟม. นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. นายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและก่อสร้าง) รฟม. และนายกิตติ เอกวัลลภ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. ในฐานะผู้อำนวยการโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ร่วมกับ ผู้บริหารหน่วยงานกำกับดูแลภาครัฐด้านคมนาคมและท้องที่ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีน้ำเข้าอุโมงค์โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ (สายสีม่วงใต้) บริเวณอุโมงค์ฝั่งด้านใต้ (South Bound) จุดบ่อพักน้ำ(Sump Pit) ที่อยู่ใต้อุโมงค์ทางวิ่ง บริเวณปลายถนนประชาธิปกเข้าสู่วงเวียนใหญ่ (มาจากสะพานพุทธฯ) ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของสัญญาที่ 4 งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน ช่วงสะพานพุทธ – ดาวคะนอง ระยะทาง 4.1 กิโลเมตร โดยมี บมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น [UNIQ] เป็นผู้รับจ้าง
นายพิเชฐ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลเพิ่มเติมจาก รฟม.ว่าเมื่อช่วงสายของวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 พบน้ำใต้ดิน ระดับน้ำสูงกว่าอุโมงค์ประมาณ 20 เมตร รั่วซึมเข้ามาที่บริเวณฐานของบ่อพักน้ำที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ อาจมี Defect ทำให้เกิดน้ำใต้ดินที่มีแรงดันเข้ามาตามรอยแยก โดยช่วงบ่ายถึงเย็นมีปริมาณน้ำไหลเข้ามามากขึ้น เกินกว่าอัตราการสูบน้ำออก ส่งผลให้มีน้ำท่วมขัง ต้องปรับเพิ่มอัตราการสูบเป็น 100 ลบ.ม./ชม. และช่วงดึกผู้รับจ้างได้เริ่มดำเนินการ Grouting ดินบริเวณรอบบ่อพัก เพื่อลดปริมาณน้ำใต้ดิน และปรับระดับแรงดันน้ำให้มีความสมดุล (Balance) สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และปรับอัตราการสูบน้ำเหลือ 50ลบ.ม./ชม. ควบคู่กับการ Grouting ดินบริเวณโดยรอบ บ่อพักเพิ่มเติม (คาดใช้เวลาดำเนินการภายใน 1 สัปดาห์) และติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดการทรุดตัวของอาคารร้างสีขาว และอาคารพาณิชย์ที่อยู่ใกล้ โดยมีเจ้าหน้าที่ติดตามวัดระยะการทรุดตัวเป็นประจำ

โดยหลังจากตรวจพบเหตุการณ์ดังกล่าว รฟม. ร่วมกับ ที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง PMCSC2 ได้เข้ากำกับการตรวจสอบสาเหตุและผลกระทบของเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นน้ำที่รั่วซึมมาจากบริเวณรอยต่อของบ่อรับน้ำใต้อุโมงค์ (Sump pit) ทั้งน้
ผู้รับจ้างสัญญาที่ 4 ได้เร่งดำเนินการปรับปรุงคุณภาพดิน (Ground Improvement) เพื่อให้ชั้นดินมีความแข็งตัวและหยุดการรั่วซึมของน้ำตามหลักวิศวกรรม ทำให้สามารถควบคุมปริมาณการรั่วซึมของน้ำได้เร็ว และปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการสูบน้ำออกจากอุโมงค์ พร้อมกันนี้ได้มีการตรวจวัดการเคลื่อนตัวของสะพานลอยและอาคารที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง ยังไม่พบผลกระทบต่อการทรุดตัวของถนนและอาคารข้างเคียงแต่ประการใด
ทั้งนี้ รฟม. ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ได้รับทราบแล้ว และ รฟม.ได้รับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในการเพิ่มการเฝ้าระวังความปลอดภัยของอาคารข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้การสนับสนุน

นายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการ รฟม. ยังได้เน้นย้ำให้ รฟม. และที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง กำกับดูแลให้ผู้รับจ้างทุกสัญญา ทุกโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการดำเนินงานก่อสร้างงานใต้ดิน อาทิ ควบคุมให้มีการตรวจสอบอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างให้ได้มาตรฐาน อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและมีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง ปลอดภัย เป็นต้น พร้อมทั้งซักซ้อมแผนการจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้สามารถแก้ไขได้อย่างทันต่อเหตุการณ์และบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้เหลือน้อยที่สุด ทั้งนี้ การดำเนินงานต่างๆ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับ รวมถึงต้องจัดสภาพพื้นที่ก่อสร้างให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยทั้งต่อตัวผู้ปฏิบัติงานและผู้สัญจรผ่านในแนวสายทาง ตลอดจนเน้นย้ำให้มีการสื่อสารเพื่อทบทวนการสร้างความตระหนักความปลอดภัยให้แก่ผู้ปฏิบัติงานก่อนเริ่มงานเป็นประจำ
สำหรับมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านการจราจร ได้กำชับให้ รฟม. ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการจราจรในระหว่างการก่อสร้างอย่างเหมาะสม และตรวจตราดูแลสภาพทางเท้าให้มีความเรียบร้อย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง ตลอดจนดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานและมาตรการกำกับดูแลการก่อสร้างที่คำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุด

ปัจจุบัน โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) มีความคืบหน้าในภาพรวม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ร้อยละ 75.90 ซึ่งสัญญาที่ 4 มีความก้าวหน้า ร้อยละ 74.69 โดยปัจจุบัน อยู่ระหว่างการดำเนินงานปรับปรุงคุณภาพดิน งานขุดเจาะอุโมงค์ งานก่อสร้างสถานีวงเวียนใหญ่ และสถานีโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงฯ มีระยะทางทั้งสิ้น 23.63 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟฟ้า 17 สถานี แบ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 10 สถานี และสถานีรถไฟฟ้ายกระดับ 7 สถานี





