
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจมาร์ท [JMART] กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศรับคัดเลือกให้หุ้น JMART กลับเข้าสู่ดัชนี SET100 และ SET100FF ในครั้งนี้ สะท้อนถึงคุณสมบัติของ JMART ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งด้านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด สภาพคล่องในการซื้อขาย และการได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเม็ดเงินลงทุนจากกองทุนที่อ้างอิงดัชนี (Passive Fund) และเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นในระยะยาว
“สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพของบริษัทและการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเจมาร์ท เราจะมุ่งสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับศักยภาพของกลุ่มธุรกิจผ่านการผสานพลังระหว่าง Commerce, Finance และ Technology เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นทุกคน”
ทั้งนี้ กลุ่ม JMART ยังคงขยายระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ภายใต้แนวคิด The Power of Synergy ผ่าน 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีกโทรศัพท์มือถือ ธุรกิจการเงินและสินเชื่อ ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ควบคู่กับการต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ อาทิ สุกี้ตี๋น้อย ที่ล่าสุดเปิดตัวแบรนด์ใหม่ นายพรานหมูกะทะ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า พันธมิตร และผู้ถือหุ้นในระยะยาว
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงดำเนินงานตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีธุรกิจสินเชื่อ Lock Phone เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ (Growth Engine) ของกลุ่ม จากการขยายฐานลูกค้าในตลาดสมาร์ตโฟนและธุรกิจ Digital Lending ผ่านการผสานความแข็งแกร่งของบริษัทในเครือ ทั้ง Jaymart Mobile, SINGER, SGC และ KB J Capital ซึ่งช่วยสร้าง Synergy และเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจดังกล่าว ทั้งในด้านการขยายพอร์ตสินเชื่อและการสร้างผลตอบแทนของบริษัทในเครือ
นอกจากนี้ กลุ่ม JMART กำลังยกระดับองค์กรสู่การเติบโตในระยะถัดไป ที่มุ่งใช้เทคโนโลยี AI เป็นหัวใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างรายได้ใหม่ และเชื่อมโยงศักยภาพของทุกธุรกิจภายใน Ecosystem เข้าด้วยกัน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตและเพิ่มมูลค่าของกลุ่มเจมาร์ทในระยะยาว




