- ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้ (24 ส.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยบริษัท Nvidia จะรายงานผลประกอบการในวันพุธที่ 26 ส.ค.และบริษัท Marvell Technology จะรายงานผลประกอบการในวันพฤหัสบดีที่ 27 ส.ค.
- ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง หรือที่เรียกว่า “The Jackson Hole Economic Symposium” ในวันที่ 27 – 29 ส.ค. ภายใต้หัวข้อ “Financial Innovation: Implications for Payments and Policy” โดยเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค.
นักวิเคราะห์มองว่า ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญกับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นนี้ ความเคลื่อนไหวของประธานเฟดจึงถูกจับตามากเป็นพิเศษ โดยหากวอร์ชใช้เวทีประชุมแจ็กสันโฮลส่งสัญญาณถึงการผ่อนคลายโยบายการเงิน หรือกล่าวเป็นนัยว่าเฟดยังไม่มีแผนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และยืนยันว่าเฟดจะสร้างความชัดเจนให้กับตลาดมากขึ้น ตลาดหุ้นอาจดีดตัวขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอาจร่วงลง และราคาทองคำก็อาจได้รับแรงหนุน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปต่ำซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ
- สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกายังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย โดยโมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เตือนว่า ประเทศใดที่เข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน จะถือว่าเป็น “ศัตรู” กับอิหร่าน
ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ มีกำหนดประกาศมาตรการคว่ำบาตรที่รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ในเวลา 14.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ในวันจันทร์ หรือ 01.00 น. ของวันอังคาร (25 ส.ค.) ตามเวลาประเทศไทย โดยมาตรการดังกล่าวอาจครอบคลุมทั้งอิหร่านและประเทศคู่ค้ารายสำคัญ รวมถึงจีน
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านทางทะเลมากกว่า 80% ของปริมาณน้ำมันส่งออกทั้งหมดในปี 2568
- รัฐเนวาดาของสหรัฐฯ ได้สั่งอพยพประชาชนประมาณ 42,000 คน หลังจากไฟป่าได้ลุกลามอย่างรวดเร็วเข้าสู่เมืองรีโน ซึ่งเป็นเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐเนวาดาและตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนรัฐเนวาดา-แคลิฟอร์เนีย โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าขณะนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้วอย่างน้อย 6 ราย
โจ ลอมบาร์โด ผู้ว่าการรัฐเนวาดา ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตวอโชเคาน์ตีตั้งแต่คืนวันเสาร์ (22 ส.ค.) โดยระบุว่า สถานการณ์ไฟป่าในขณะนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเฝ้าระวังอยู่เสมอและปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น พร้อมกับกล่าวว่าทางการรัฐเนวาดากำลังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหน่วยกู้ภัยเพื่อระดมทุกทรัพยากรที่มีในการปกป้องชีวิตและชุมชน และช่วยให้ชาวเนวาดาปลอดภัยจากอันตราย
เจ้าหน้าที่รัฐเนวาดาระบุว่า ไฟป่าฮอว์ก (Hawk Fire) ซึ่งเริ่มประทุขึ้นเมื่อวันเสาร์ ได้ลุกลามกินพื้นที่ไปแล้วกว่า 13,000 เอเคอร์ (ประมาณ 53 ตารางกิโลเมตร) และยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ในขณะนี้ พร้อมระบุว่าไฟป่าครั้งนี้เกิดจากฝีมือมนุษย์และยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
- นักลงทุนจับตาข้อพิพาทการค้าระหว่างแคนาดากับสหรัฐฯ โดยล่าสุด มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ประกาศเรียกเก็บภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.นี้ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าจากแคนาดาในอัตรา 50% ขณะที่การเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
คาร์นีย์แถลงเมื่อวันเสาร์ (22 ส.ค.) ว่า แคนาดาจะเรียกเก็บภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ ในอัตราเดียวกัน ครอบคลุมหลายรายการ ทั้งเหล็ก ผลิตภัณฑ์นม เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์การเกษตร เยื่อกระดาษและกระดาษ รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อปกป้องแรงงาน เกษตรกร และภาคธุรกิจของแคนาดา
คาร์นีย์กล่าวว่า แคนาดาไม่สามารถยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ได้ และจะไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลสหรัฐฯ
- ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำสั่งให้ยกเลิกนโยบายของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระงับการออกวีซ่าผู้อพยพให้แก่ผู้สมัครจาก 75 ประเทศ โดยระบุว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
ฌองเน็ตต์ วาร์กัส ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำเขตแมนฮัตตัน ระบุว่า นโยบายดังกล่าวของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ขัดต่อกฎหมายอย่างชัดเจนและไม่สอดคล้องกับกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง
วาร์กัสระบุว่า สภาคองเกรสได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า รัฐมนตรีต่างประเทศไม่มีอำนาจในการควบคุมการดำเนินการของเจ้าหน้าที่กงสุลเกี่ยวกับคำขอวีซ่าผู้อพยพ ขณะที่นโยบายของกระทรวงการต่างประเทศกลับระงับการออกวีซ่าโดยใช้สัญชาติของผู้สมัครเป็นเกณฑ์ ซึ่งขัดกับกรอบกฎหมายดังกล่าวโดยตรง
- ติ๊กต๊อก (TikTok) บรรลุข้อตกลงยอมความมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เพื่อยุติคดีที่ถูกฟ้องเมื่อปี 2567 จากข้อกล่าวหาว่า บริษัทละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลางเกี่ยวกับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของเด็ก
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว TikTok จะจ่ายเงิน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐทันที และจ่ายเพิ่มอีก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งยินยอมเดิมที่มีต่อ Musical.ly ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดิมที่ถูกควบรวมเข้ากับ TikTok
สแตนลีย์ อี. วูดเวิร์ด จูเนียร์ รองอัยการสูงสุดสหรัฐฯ กล่าวว่า ข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญสำหรับเด็กและผู้ปกครองชาวอเมริกัน โดยกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์ รวมถึงการกำกับดูแลให้บริษัทที่ได้รับความไว้วางใจให้จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กปฏิบัติตามกฎหมาย
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐจะนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อวัวบด (ground beef) จำนวน 300,000 ตันโดยไม่เสียภาษี เพื่อช่วยให้ชาวอเมริกันสามารถบริโภคเนื้อวัวที่มีราคาถูกลง โดยเขาระบุว่า เนื้อวัวที่นำเข้าดังกล่าวจะถูกจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดถึง 25%
ทั้งนี้ ground beef คือ เนื้อวัวบดที่ใช้ในการทำแฮมเบอร์เกอร์, ทาโก้, ซอสโบโลเนส และมีตบอล
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





